การพัฒนาร่างกายสำหรับเด็กเล็กมีความสำคัญเพราะร่างกายนั้นเกี่ยวข้องกับความพร้อมด้านต่างๆด้วย การที่เด็กมีความพร้อมด้านร่างกายจะส่งผลต่อการพัฒนาสมอง การพัฒนาด้านอารมณ์ และจิตใจ ฯลฯ การสร้างสมดุลของร่างกายเป็นกิจกรรมที่ฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การหมุนรอบตัวเอง การเคลื่อนไหวในแนวราบ การเคลื่อนไหวในแนวดิ่ง ซึ่งทำได้หลายลักษณะ เช่น
1. การกระโดดยาง กระโดดเท้าคู่
2. การกลิ้งตัวในกล่องแข็ง การกลิ้งไปบนพื้นราบ หรือการกลิ้งลงทางลาด
3. กิจกรรมการแกว่งทั้งในแนวเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก
4. การหมุนทั้งทวนและตามเข็มนาฬิกา
5 การเล่นกระดานลื่น การปีนเครื่องเล่นสนาม
6. การเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ ไม่ราบเรียบ
7. กิจกรรมการโยก
8. การทรงตัว
9. การวิ่งจ๊อกกิ๊ง
10 การตีลังกา
2553/01/07
2553/01/06
เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของนักเขียน
คุณพรอนงค์ นิยมค้า นักเขียนและนักแปลที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องหนังสือภาพ เมื่อตอนที่ลูกยังเล็ก ได้เล่าว่าลูกสาวเป็นลูกครึ่งไทย- ญี่ปุ่น เธอจึงอ่านหนังสือภาพภาษาญี่ปุ่นให้ลูกฟังเป็นประจำ ขณะที่ลูกอยู่เมืองไทย แล้วคุณพรอนงค์ก็ได้เล่าต่อไปว่า วันหนึ่งพี่เห็นลูกเขียนตัวหนังสือญี่ปุ่น ตอนนั้นเขาอายุประมาณ 3 ขวบกว่า ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย ลูกเขียนถูกด้วย ทั้งๆ ที่ไม่เคยสอนลูกเขียนตัวหนังสือญี่ปุ่นมาก่อนเลย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งในการสอนภาษาสำหรับเด็กเล็กๆ ควรจะได้รู้จักภาษาและตัวอักษรด้วยความรู้สึกที่ดี ก่อนที่จะต้องเริ่มต้นเรียนหนังสือ ฉะนั้นหนังสือเล่มแรกๆ ของเด็กเล็กจึงควรเป็นหนังสือภาพ ที่ประกอบด้วยภาพประเภทต่างๆ ทั้งภาพสัตว์ เทวดา นางฟ้า ดอกไม้ ต้นไม้ ฯลฯ ไม่ใช่เป็นหนังสือที่ฝึกการอ่าน มีแต่ตัว
พยัญชนะ ตัวสระ ที่สอนการอ่านอย่างเป็นทางการ และน่าเบื่อมากสำหรับเด็กเล็ก เพราะเป็นสิ่งที่เด็กไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่มีความหมายสำหรับเด็กเลย หากสภาพการเรียนรู้ภาษาของเด็กต้องทนทุกข์ทรมานแล้วก็จะทำให้เด็กเบื่อ จึงไม่เป็นผลดีต่อการเรียนภาษาของเด็ก
พยัญชนะ ตัวสระ ที่สอนการอ่านอย่างเป็นทางการ และน่าเบื่อมากสำหรับเด็กเล็ก เพราะเป็นสิ่งที่เด็กไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่มีความหมายสำหรับเด็กเลย หากสภาพการเรียนรู้ภาษาของเด็กต้องทนทุกข์ทรมานแล้วก็จะทำให้เด็กเบื่อ จึงไม่เป็นผลดีต่อการเรียนภาษาของเด็ก
2553/01/05
กิจกรรมอาสาสมัคร : การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อการจัดการศึกษาปฐมวัย
การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัยนั้น ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และที่สำคัญคือผู้ปกครอง ปัจจุบันนี้โรงเรียนจะจัดการหรือพัฒนาการศึกษาโดยลำพังไม่ได้แล้ว ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นกำลังสำคัญ อย่างเช่น กิจกรรมอาสาสมัคร น่าจะเป็นไปได้สำหรับสังคมไทยเราขณะนี้ อย่างแรกที่จะต้องทำคือ การสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญ และความจำเป็นในการร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาปฐมวัยนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับกิจกรรมอาสาสมัคร หมายถึง การที่ผู้ปกครองเข้ามาร่วมกับทางโรงเรียนโดยเป็นอาสาสมัครในการทำกิจกรรมของโรงเรียนทั้งในส่วนของภาพรวมทั้งโรงเรียน และในส่วนของห้องเรียน ลักษณะของกิจกรรมอย่างเช่น การเป็นครูช่วยสอน การเล่านิทาน การพานักเรียนปฐมวัยไปทัศนศึกษา การทำงานธุรการในโรงเรียน การทำอาหารกลางวัน การหาทุนให้กับโรงเรียน การทำงานเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุด
การเป็นพยาบาลในห้องพยาบาล เป็นต้น สำหรับโรงเรียนนั้นจะต้องดำเนินการโดยกำหนดเป็นนโยบาย และจัดระบบอาสาสมัครที่ชัดเจน มีการมอบงานที่เหมาะสมกับความสามารถ การปฏิบัติงานมีการปฐมนิเทศ แนะนำ ฝึกอบรมผู้ปกครองก่อนปฏิบัติงาน มีการให้เกียรติและยอมรับความสามารถ และที่สำคัญมีการยกย่องสำหรับผู้ปกครองที่ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนในการเป็นอาสาสมัคร ถึงแม้จะไม่ได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน
2553/01/03
หนังสือภาพ
หนังสือภาพ เป็นหนังสือสำหรับเด็ก ที่มีไว้ให้ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง ไม่ใช่เป็นหนังสือที่เด็กอ่านเอง
เด็กเล็กๆยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็กรู้ว่าหนังสือนั้นมีไว้เพื่ออ่าน และเป็นการสร้างความประทับใจที่มีต่อหนังสือ มีเจตคติที่ดีต่อหนังสือ หนังสือภาพมีทั้งภาพและตัวหนังสือปรากฎให้เด็กได้เรียนรู้ เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องอ่านให้เด็กฟัง การอ่านหนังสือภาพให้เด็กฟังมีคุณค่ามหาศาล ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากภาพและเนื้อเรื่องที่ผู้ใหญ่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษา การใช้คำต่างๆ การใช้ประโยค ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ คุณธรรมในด้านต่างๆ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
มีผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดว่า รอให้เด็กอ่านหนังสือออกก่อนแล้วค่อยซื้อหนังสือให้ เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ต้องรีบแก้ไขและทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ใหญ่บ้านเรา มีผู้กล่าวว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ ควรให้เด็กรู้จักหนังสือตั้งแต่เด็กยังไมรู้ว่าหนังสือคืออะไร เมื่อมีคนอ่านให้ฟัง ถ้าอ่านอย่างสนุกสนาน เด็กจะมีความสุขอันเกิดจากการฟัง และเริ่มเรียนรู้ว่าหนังสือ มีไว้เพื่อการอ่าน และเมื่อเด็กอ่านหนังสือได้แล้วเขาจะอ่านหนังสือได้ทันที โดยไม่มีใครต้องคอยบอก และจะมีพฤติกรรมรักการอ่านหนังสือ
ในที่สุด
เด็กเล็กๆยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็กรู้ว่าหนังสือนั้นมีไว้เพื่ออ่าน และเป็นการสร้างความประทับใจที่มีต่อหนังสือ มีเจตคติที่ดีต่อหนังสือ หนังสือภาพมีทั้งภาพและตัวหนังสือปรากฎให้เด็กได้เรียนรู้ เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องอ่านให้เด็กฟัง การอ่านหนังสือภาพให้เด็กฟังมีคุณค่ามหาศาล ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากภาพและเนื้อเรื่องที่ผู้ใหญ่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษา การใช้คำต่างๆ การใช้ประโยค ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ คุณธรรมในด้านต่างๆ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
มีผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดว่า รอให้เด็กอ่านหนังสือออกก่อนแล้วค่อยซื้อหนังสือให้ เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ต้องรีบแก้ไขและทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ใหญ่บ้านเรา มีผู้กล่าวว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ ควรให้เด็กรู้จักหนังสือตั้งแต่เด็กยังไมรู้ว่าหนังสือคืออะไร เมื่อมีคนอ่านให้ฟัง ถ้าอ่านอย่างสนุกสนาน เด็กจะมีความสุขอันเกิดจากการฟัง และเริ่มเรียนรู้ว่าหนังสือ มีไว้เพื่อการอ่าน และเมื่อเด็กอ่านหนังสือได้แล้วเขาจะอ่านหนังสือได้ทันที โดยไม่มีใครต้องคอยบอก และจะมีพฤติกรรมรักการอ่านหนังสือ
ในที่สุด
2553/01/01
ลักษณะครูที่ส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
การส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ จึงจำเป็นต้อง
เข้าใจถึงลักษณะและจะต้องพยายามปฏิบัติให้ได้ ลักษณะของครูที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มีดังนี้
๐ มีความรักและเมตตาต่อเด็กเป็นประการสำคัญ
๐ มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี
๐ ให้ความสนใจในกระบวนการสร้างงานมากกว่าผลงานที่ออกมา
๐ ให้แรงเสริมในทางบวกแก่เด็ก
๐ ไม่เปรียบเทียบเด็ก และผลงานของเด็กกับเด็กคนอื่นๆ
๐ เน้นความคิดให้เด็กได้คิดอย่างเป็นอิสระ และส่งเสริมให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
๐ ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ในการจัดประสบการณ์ต่างๆ
๐ เน้นพัฒนาการของเด็กมากกว่าเนื้อหา และเรื่องราวที่เรียน
หากครูมีลักษณะดังกล่าวข้างต้น เด็กของเราคงจะได้มีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ตามที่คาดหวังไว้
เข้าใจถึงลักษณะและจะต้องพยายามปฏิบัติให้ได้ ลักษณะของครูที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มีดังนี้
๐ มีความรักและเมตตาต่อเด็กเป็นประการสำคัญ
๐ มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี
๐ ให้ความสนใจในกระบวนการสร้างงานมากกว่าผลงานที่ออกมา
๐ ให้แรงเสริมในทางบวกแก่เด็ก
๐ ไม่เปรียบเทียบเด็ก และผลงานของเด็กกับเด็กคนอื่นๆ
๐ เน้นความคิดให้เด็กได้คิดอย่างเป็นอิสระ และส่งเสริมให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
๐ ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ในการจัดประสบการณ์ต่างๆ
๐ เน้นพัฒนาการของเด็กมากกว่าเนื้อหา และเรื่องราวที่เรียน
หากครูมีลักษณะดังกล่าวข้างต้น เด็กของเราคงจะได้มีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ตามที่คาดหวังไว้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)