2553/01/07

กิจกรรมพัฒนาระบบสร้างสมดุลร่างกายสำหรับเด็กปฐมวัย


            การพัฒนาร่างกายสำหรับเด็กเล็กมีความสำคัญเพราะร่างกายนั้นเกี่ยวข้องกับความพร้อมด้านต่างๆด้วย   การที่เด็กมีความพร้อมด้านร่างกายจะส่งผลต่อการพัฒนาสมอง     การพัฒนาด้านอารมณ์ และจิตใจ   ฯลฯ   การสร้างสมดุลของร่างกายเป็นกิจกรรมที่ฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกาย   เช่น  การหมุนรอบตัวเอง  การเคลื่อนไหวในแนวราบ  การเคลื่อนไหวในแนวดิ่ง ซึ่งทำได้หลายลักษณะ   เช่น
            1. การกระโดดยาง  กระโดดเท้าคู่
            2. การกลิ้งตัวในกล่องแข็ง  การกลิ้งไปบนพื้นราบ  หรือการกลิ้งลงทางลาด
            3. กิจกรรมการแกว่งทั้งในแนวเหนือ ใต้  ตะวันออก  ตะวันตก
            4. การหมุนทั้งทวนและตามเข็มนาฬิกา
            5  การเล่นกระดานลื่น  การปีนเครื่องเล่นสนาม
            6. การเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ  ไม่ราบเรียบ
            7. กิจกรรมการโยก
            8. การทรงตัว
            9. การวิ่งจ๊อกกิ๊ง
            10 การตีลังกา

2553/01/06

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของนักเขียน

      คุณพรอนงค์  นิยมค้า นักเขียนและนักแปลที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก  ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องหนังสือภาพ  เมื่อตอนที่ลูกยังเล็ก  ได้เล่าว่าลูกสาวเป็นลูกครึ่งไทย- ญี่ปุ่น  เธอจึงอ่านหนังสือภาพภาษาญี่ปุ่นให้ลูกฟังเป็นประจำ ขณะที่ลูกอยู่เมืองไทย  แล้วคุณพรอนงค์ก็ได้เล่าต่อไปว่า  วันหนึ่งพี่เห็นลูกเขียนตัวหนังสือญี่ปุ่น  ตอนนั้นเขาอายุประมาณ   3 ขวบกว่า  ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย  ลูกเขียนถูกด้วย  ทั้งๆ  ที่ไม่เคยสอนลูกเขียนตัวหนังสือญี่ปุ่นมาก่อนเลย  ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งในการสอนภาษาสำหรับเด็กเล็กๆ   ควรจะได้รู้จักภาษาและตัวอักษรด้วยความรู้สึกที่ดี  ก่อนที่จะต้องเริ่มต้นเรียนหนังสือ ฉะนั้นหนังสือเล่มแรกๆ  ของเด็กเล็กจึงควรเป็นหนังสือภาพ  ที่ประกอบด้วยภาพประเภทต่างๆ  ทั้งภาพสัตว์  เทวดา นางฟ้า  ดอกไม้ ต้นไม้  ฯลฯ  ไม่ใช่เป็นหนังสือที่ฝึกการอ่าน  มีแต่ตัว
พยัญชนะ  ตัวสระ ที่สอนการอ่านอย่างเป็นทางการ  และน่าเบื่อมากสำหรับเด็กเล็ก   เพราะเป็นสิ่งที่เด็กไม่เข้าใจ  ตลอดจนไม่มีความหมายสำหรับเด็กเลย  หากสภาพการเรียนรู้ภาษาของเด็กต้องทนทุกข์ทรมานแล้วก็จะทำให้เด็กเบื่อ จึงไม่เป็นผลดีต่อการเรียนภาษาของเด็ก

2553/01/05

กิจกรรมอาสาสมัคร : การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อการจัดการศึกษาปฐมวัย



              การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัยนั้น  ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างผู้บริหารโรงเรียน  ครูผู้สอน  และที่สำคัญคือผู้ปกครอง   ปัจจุบันนี้โรงเรียนจะจัดการหรือพัฒนาการศึกษาโดยลำพังไม่ได้แล้ว  ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นกำลังสำคัญ  อย่างเช่น  กิจกรรมอาสาสมัคร  น่าจะเป็นไปได้สำหรับสังคมไทยเราขณะนี้  อย่างแรกที่จะต้องทำคือ การสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญ และความจำเป็นในการร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาปฐมวัยนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป    สำหรับกิจกรรมอาสาสมัคร    หมายถึง การที่ผู้ปกครองเข้ามาร่วมกับทางโรงเรียนโดยเป็นอาสาสมัครในการทำกิจกรรมของโรงเรียนทั้งในส่วนของภาพรวมทั้งโรงเรียน  และในส่วนของห้องเรียน    ลักษณะของกิจกรรมอย่างเช่น  การเป็นครูช่วยสอน การเล่านิทาน   การพานักเรียนปฐมวัยไปทัศนศึกษา   การทำงานธุรการในโรงเรียน    การทำอาหารกลางวัน  การหาทุนให้กับโรงเรียน    การทำงานเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุด
การเป็นพยาบาลในห้องพยาบาล   เป็นต้น     สำหรับโรงเรียนนั้นจะต้องดำเนินการโดยกำหนดเป็นนโยบาย  และจัดระบบอาสาสมัครที่ชัดเจน  มีการมอบงานที่เหมาะสมกับความสามารถ    การปฏิบัติงานมีการปฐมนิเทศ   แนะนำ   ฝึกอบรมผู้ปกครองก่อนปฏิบัติงาน  มีการให้เกียรติและยอมรับความสามารถ  และที่สำคัญมีการยกย่องสำหรับผู้ปกครองที่ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนในการเป็นอาสาสมัคร  ถึงแม้จะไม่ได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน

2553/01/03

หนังสือภาพ

         หนังสือภาพ  เป็นหนังสือสำหรับเด็ก ที่มีไว้ให้ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง  ไม่ใช่เป็นหนังสือที่เด็กอ่านเอง
เด็กเล็กๆยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็กรู้ว่าหนังสือนั้นมีไว้เพื่ออ่าน และเป็นการสร้างความประทับใจที่มีต่อหนังสือ  มีเจตคติที่ดีต่อหนังสือ  หนังสือภาพมีทั้งภาพและตัวหนังสือปรากฎให้เด็กได้เรียนรู้  เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องอ่านให้เด็กฟัง  การอ่านหนังสือภาพให้เด็กฟังมีคุณค่ามหาศาล ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากภาพและเนื้อเรื่องที่ผู้ใหญ่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษา การใช้คำต่างๆ การใช้ประโยค  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และจินตนาการ   คุณธรรมในด้านต่างๆ   ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
มีผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดว่า  รอให้เด็กอ่านหนังสือออกก่อนแล้วค่อยซื้อหนังสือให้   เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก  ต้องรีบแก้ไขและทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ใหญ่บ้านเรา  มีผู้กล่าวว่า  สิ่งที่ดีที่สุดคือ ควรให้เด็กรู้จักหนังสือตั้งแต่เด็กยังไมรู้ว่าหนังสือคืออะไร  เมื่อมีคนอ่านให้ฟัง  ถ้าอ่านอย่างสนุกสนาน   เด็กจะมีความสุขอันเกิดจากการฟัง  และเริ่มเรียนรู้ว่าหนังสือ   มีไว้เพื่อการอ่าน  และเมื่อเด็กอ่านหนังสือได้แล้วเขาจะอ่านหนังสือได้ทันที   โดยไม่มีใครต้องคอยบอก   และจะมีพฤติกรรมรักการอ่านหนังสือ
ในที่สุด

2553/01/01

ลักษณะครูที่ส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

                การส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก   ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ  จึงจำเป็นต้อง
เข้าใจถึงลักษณะและจะต้องพยายามปฏิบัติให้ได้  ลักษณะของครูที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มีดังนี้
                ๐ มีความรักและเมตตาต่อเด็กเป็นประการสำคัญ
                ๐ มีอารมณ์ขัน  มองโลกในแง่ดี
                ๐ ให้ความสนใจในกระบวนการสร้างงานมากกว่าผลงานที่ออกมา
                ๐ ให้แรงเสริมในทางบวกแก่เด็ก
                ๐ ไม่เปรียบเทียบเด็ก และผลงานของเด็กกับเด็กคนอื่นๆ
                ๐ เน้นความคิดให้เด็กได้คิดอย่างเป็นอิสระ และส่งเสริมให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
                ๐ ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง  ในการจัดประสบการณ์ต่างๆ
                ๐ เน้นพัฒนาการของเด็กมากกว่าเนื้อหา และเรื่องราวที่เรียน
                  หากครูมีลักษณะดังกล่าวข้างต้น เด็กของเราคงจะได้มีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ตามที่คาดหวังไว้