ครูปฐมวัยต้องคอยส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม การจัด
ประสบการณ์ให้กับเด็กครูจะต้องคำนึงถึงด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก การแสดงออกของเด็กควรให้เด็กมีความรู้สึกมั่นใจในการแสดงออก สิ่งที่ครูควรปฏิบัติต่อเด็กในเรื่องดังกล่าวคือ
1 บอกการปฏิบัติแก่เด็กอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับเหตุการณ์
2 บอกวิธีการปฏิบัติแก่เด็กด้วยวิธีที่ง่ายและชัดเจน เด็กเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน
3 เป็นตัวอย่างแก่เด็กในพฤติกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม
4 จัดประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กมีความรู้สึกผ่อนคลาย และสบายใจในการแสดงออก
5 ส่งเสริมและสนับสนุนพฤติกรรมที่เหมาะสมด้วยการให้คำชมเชย และภาษาท่าทางที่ให้เด็กมีความมั่นใจ
6 การแสดงออกที่ถูกต้องและเหมาะสมของครูจะต้องสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ดังนั้นนอกจากการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นแล้วยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงว่าไม่ควรปฏิบัติต่อเด็กอีกหลายประการ อย่างเช่นการใช้คำพูดที่เป็นการดุด่า การตะคอก เป็นต้น
2553/03/04
2553/03/03
การแก้ปัญหาความซนของเด็กเล็ก
การจะปรับพฤติกรรมของเด็กเล็กเกี่ยวกับความซนของเด็กเป็นเรื่องไม่ยาก ครูจะต้องเข้าใจและคิดว่าเป็นเรื่องที่ปรับได้ง่ายแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และให้ความสนใจอย่างถูกต้องและเหมาะสม
สิ่งที่จะต้องปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีดังนี้
1 ครูต้องเป็นตัวแบบที่ดีให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอ ในเรื่องการปฏิบัติด้านการมีวินัย
2 สอนและแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ดี โดยการใช้นิทาน การให้คำชมเชย การให้กำลังใจ
3 การสร้างวินัย ให้เด็กเรียนรู้ระเบียบวิธีปฏิบัติทางสังคมที่ถูกต้อง เด็กต้องรู้ว่าบริเวณไหนที่เด็กเดินได้ วิ่งได้ วิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องในสถาณการณ์ต่างๆ
4 ให้ความสำคัญกับครอบครัว พ่อแม่ ของเด็กแต่ละคนในการร่วมปลูกฝังการมีวินัย และการ
รู้พฤติกรรมของเด็ก
ทั้งหมดที่กล่าวคงจะแก้ปัญหาของเด็กได้ แต่ต้องอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ใหญ่ที่จะทำให้สำเร็จ
สิ่งที่จะต้องปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีดังนี้
1 ครูต้องเป็นตัวแบบที่ดีให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอ ในเรื่องการปฏิบัติด้านการมีวินัย
2 สอนและแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ดี โดยการใช้นิทาน การให้คำชมเชย การให้กำลังใจ
3 การสร้างวินัย ให้เด็กเรียนรู้ระเบียบวิธีปฏิบัติทางสังคมที่ถูกต้อง เด็กต้องรู้ว่าบริเวณไหนที่เด็กเดินได้ วิ่งได้ วิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องในสถาณการณ์ต่างๆ
4 ให้ความสำคัญกับครอบครัว พ่อแม่ ของเด็กแต่ละคนในการร่วมปลูกฝังการมีวินัย และการ
รู้พฤติกรรมของเด็ก
ทั้งหมดที่กล่าวคงจะแก้ปัญหาของเด็กได้ แต่ต้องอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ใหญ่ที่จะทำให้สำเร็จ
เด็กเล็กเรียนรู้จากการกระทำและสัมผัส
การเรียนรู้ของเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย เกิดขึ้นเมื่อเด็กได้ลองปฏิบัติ ได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ
ด้วยตัวของเด็กเอง โดยมีครู ผู้ใหญ่คอยสนับสนุน คอยชี้แนะ มีสังคมคอยเป็นกำลังสำคัญ มีเพื่อนคอยช่วยคิด ช่วยทำ สิ่งที่เด็กวัยนี้จะทำอะไร จะต้องชี้แจงอย่างชัดเจน มีความเป็นรูปธรรมอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมไปอ้อมมา เด็กจึงจะเข้าใจ การพูดเปรียบเทียบ เด็กส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ เด็กอายุช่วง 3-7 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสมองที่สูงมาก ต้องการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก ประสบการณ์ต่างๆที่ได้พบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่เด็กได้พบจึงมีความหมายกับเด็ก เด็กชอบซักถาม เริ่มสงสัย มีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดของเด็กในวัยนี้ยังไม่ซับซ้อน การพูดเปรียบเทียบ
ไม่ตรงไปตรงมา การพูดล้อเล่น การพูดแหย่ การแกล้งเด็ก บางครั้งเด็กจะไม่เข้าใจ ดังนั้นต้องระมัดระวัง เพราะเด็กคิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง มีผู้เสนอแนะว่าถ้าจะเล่นกับเด็กต้องบอกหรือชี้แจงเด็กให้เข้าใจ
ให้ชัดเจนก่อนที่เด็กจะเข้าใจอะไรผิดๆ แล้วนำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดี และที่สำคัญอาจนำไปสู่การแสดงบุคลิกไม่มั่นใจในตัวเอง ขี้อาย เพราะเด็กยังคิดได้แบบรูปธรรม คิดแบบตรงไปตรงมา ตรงนี้ครูปฐม
วัย จะต้องระลึกอยู่ตลอดเวลาขณะจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย
ด้วยตัวของเด็กเอง โดยมีครู ผู้ใหญ่คอยสนับสนุน คอยชี้แนะ มีสังคมคอยเป็นกำลังสำคัญ มีเพื่อนคอยช่วยคิด ช่วยทำ สิ่งที่เด็กวัยนี้จะทำอะไร จะต้องชี้แจงอย่างชัดเจน มีความเป็นรูปธรรมอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมไปอ้อมมา เด็กจึงจะเข้าใจ การพูดเปรียบเทียบ เด็กส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ เด็กอายุช่วง 3-7 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสมองที่สูงมาก ต้องการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก ประสบการณ์ต่างๆที่ได้พบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่เด็กได้พบจึงมีความหมายกับเด็ก เด็กชอบซักถาม เริ่มสงสัย มีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดของเด็กในวัยนี้ยังไม่ซับซ้อน การพูดเปรียบเทียบ
ไม่ตรงไปตรงมา การพูดล้อเล่น การพูดแหย่ การแกล้งเด็ก บางครั้งเด็กจะไม่เข้าใจ ดังนั้นต้องระมัดระวัง เพราะเด็กคิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง มีผู้เสนอแนะว่าถ้าจะเล่นกับเด็กต้องบอกหรือชี้แจงเด็กให้เข้าใจ
ให้ชัดเจนก่อนที่เด็กจะเข้าใจอะไรผิดๆ แล้วนำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดี และที่สำคัญอาจนำไปสู่การแสดงบุคลิกไม่มั่นใจในตัวเอง ขี้อาย เพราะเด็กยังคิดได้แบบรูปธรรม คิดแบบตรงไปตรงมา ตรงนี้ครูปฐม
วัย จะต้องระลึกอยู่ตลอดเวลาขณะจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย
ข้อดีที่พบจากการเรียนการสอนแบบ Montessori
จากการได้ไปเยี่ยมห้องเรียนที่จัดการสอนแบบ Montessori ที่โรงเรียนอนุบาลวัดเพลง ได้พบสิ่งดีๆ หลายประการ ถือได้ว่าเป็นสิ่งดีที่ปลูกฝังให้กับเด็กเล็กของเรา สิ่งดีนั้นได้แก่
1 ความมีสมาธิที่เกิดกับเด็ก เด็กทำงานได้นาน เพราะเด็กได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา เด็กที่ได้พบนั้นมีสมาธิในการทำงานยาวกว่าเด็กปกติโดยทั่วไป
2 ไม่มีการเปรียบเทียบการทำงานของเด็กในแต่ละคน กิจกรรมที่เด็กทำเป็นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจ เพราะทำสำเร็จด้วยตนเอง ไม่มีการเปรียบเทียบ หรือแข่งขันกับคนอื่น เด็กที่ช้าก็จะใช้เวลานานในการทำกิจกรรมโดยไม่รบกวนผู้อื่น เด็กที่เรียนไวก็จะสามารถทำงานในระดับที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย
3 เด็กอยู่ร่วมกันด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน เด็กที่โตกว่าให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เด็กที่มีอายุน้อยกว่า
4 มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จ โดยมีความตั้งใจที่เกิดขึ้นภายในตัวของเด็กเองไม่ใช่เกิดจากการสั่งการจากผู้อื่น
สิ่งดังกล่าวได้เห็นในช่วงเวลาที่สั้นๆ แต่ก็สิ่งที่เกิดกับเด็กเป็นสิ่งที่วางรากฐานชีวิตของเขาเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป
1 ความมีสมาธิที่เกิดกับเด็ก เด็กทำงานได้นาน เพราะเด็กได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา เด็กที่ได้พบนั้นมีสมาธิในการทำงานยาวกว่าเด็กปกติโดยทั่วไป
2 ไม่มีการเปรียบเทียบการทำงานของเด็กในแต่ละคน กิจกรรมที่เด็กทำเป็นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจ เพราะทำสำเร็จด้วยตนเอง ไม่มีการเปรียบเทียบ หรือแข่งขันกับคนอื่น เด็กที่ช้าก็จะใช้เวลานานในการทำกิจกรรมโดยไม่รบกวนผู้อื่น เด็กที่เรียนไวก็จะสามารถทำงานในระดับที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย
3 เด็กอยู่ร่วมกันด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน เด็กที่โตกว่าให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เด็กที่มีอายุน้อยกว่า
4 มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จ โดยมีความตั้งใจที่เกิดขึ้นภายในตัวของเด็กเองไม่ใช่เกิดจากการสั่งการจากผู้อื่น
สิ่งดังกล่าวได้เห็นในช่วงเวลาที่สั้นๆ แต่ก็สิ่งที่เกิดกับเด็กเป็นสิ่งที่วางรากฐานชีวิตของเขาเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป
2553/02/19
กิจกรรมการทำอาหารในเด็กปฐมวัย
สิ่งที่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้หรือการได้ประสบการณ์จากการทำอาหารมีหลายประการ ที่ทำให้เด็กได้พัฒนาอย่างเป็นองค์รวมได้แก่
ด้านสังคม การทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ในการทำอาหาร การจัดอาหาร การจำแนกอาหารเด็ก ผู้ใหญ่
ด้านคณิตศาสตร์ เด็กได้ชั่ง ตวง การวัดปริมาณ การจำแนก การเปรียบเทียบ รูปทรง
ด้านภาษา เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์จากชื่ออาหาร ชื่อเครื่องครัว ชื่อกระบวนการในการทำอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นการหั่น การสับ การโขลก การตำ การนวด การทอด ฯลฯ
ด้านวิทยาศาสตร์ เด็กได้เรียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงในขณะปรุงอาหาร ก่อนทำอาหาร และหลังจากการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี กลิ่น รูปร่างของอาหาร เป็นต้น
ด้านความปลอดภัย เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ในครัว เช่น มีด เตาไฟ กระทะ ถ้วยกระเบื้อง แก้ว เป็นต้น
ด้านสุขภาพ อนามัย เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องของการรักษาความสะอาด การล้างอุปกรณ์ในครัว
การเตรียมอาหารให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค
ด้านสังคม การทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ในการทำอาหาร การจัดอาหาร การจำแนกอาหารเด็ก ผู้ใหญ่
ด้านคณิตศาสตร์ เด็กได้ชั่ง ตวง การวัดปริมาณ การจำแนก การเปรียบเทียบ รูปทรง
ด้านภาษา เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์จากชื่ออาหาร ชื่อเครื่องครัว ชื่อกระบวนการในการทำอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นการหั่น การสับ การโขลก การตำ การนวด การทอด ฯลฯ
ด้านวิทยาศาสตร์ เด็กได้เรียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงในขณะปรุงอาหาร ก่อนทำอาหาร และหลังจากการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี กลิ่น รูปร่างของอาหาร เป็นต้น
ด้านความปลอดภัย เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ในครัว เช่น มีด เตาไฟ กระทะ ถ้วยกระเบื้อง แก้ว เป็นต้น
ด้านสุขภาพ อนามัย เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องของการรักษาความสะอาด การล้างอุปกรณ์ในครัว
การเตรียมอาหารให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)