2553/03/04

ส่งเสริมให้เด็กแสดงออกในทางที่ถูกต้อง

      ครูปฐมวัยต้องคอยส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม  การจัด
ประสบการณ์ให้กับเด็กครูจะต้องคำนึงถึงด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก  การแสดงออกของเด็กควรให้เด็กมีความรู้สึกมั่นใจในการแสดงออก   สิ่งที่ครูควรปฏิบัติต่อเด็กในเรื่องดังกล่าวคือ
      1  บอกการปฏิบัติแก่เด็กอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับเหตุการณ์ 
      2  บอกวิธีการปฏิบัติแก่เด็กด้วยวิธีที่ง่ายและชัดเจน  เด็กเข้าใจได้ง่าย  ไม่ซับซ้อน
      3   เป็นตัวอย่างแก่เด็กในพฤติกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม
      4   จัดประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กมีความรู้สึกผ่อนคลาย  และสบายใจในการแสดงออก
      5   ส่งเสริมและสนับสนุนพฤติกรรมที่เหมาะสมด้วยการให้คำชมเชย  และภาษาท่าทางที่ให้เด็กมีความมั่นใจ
      6   การแสดงออกที่ถูกต้องและเหมาะสมของครูจะต้องสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
      ดังนั้นนอกจากการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นแล้วยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงว่าไม่ควรปฏิบัติต่อเด็กอีกหลายประการ อย่างเช่นการใช้คำพูดที่เป็นการดุด่า  การตะคอก  เป็นต้น

2553/03/03

การแก้ปัญหาความซนของเด็กเล็ก

             การจะปรับพฤติกรรมของเด็กเล็กเกี่ยวกับความซนของเด็กเป็นเรื่องไม่ยาก   ครูจะต้องเข้าใจและคิดว่าเป็นเรื่องที่ปรับได้ง่ายแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง  และให้ความสนใจอย่างถูกต้องและเหมาะสม
สิ่งที่จะต้องปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีดังนี้
           1  ครูต้องเป็นตัวแบบที่ดีให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอ  ในเรื่องการปฏิบัติด้านการมีวินัย
           2   สอนและแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ดี  โดยการใช้นิทาน  การให้คำชมเชย  การให้กำลังใจ
           3   การสร้างวินัย   ให้เด็กเรียนรู้ระเบียบวิธีปฏิบัติทางสังคมที่ถูกต้อง  เด็กต้องรู้ว่าบริเวณไหนที่เด็กเดินได้  วิ่งได้  วิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องในสถาณการณ์ต่างๆ
           4   ให้ความสำคัญกับครอบครัว  พ่อแม่  ของเด็กแต่ละคนในการร่วมปลูกฝังการมีวินัย  และการ
รู้พฤติกรรมของเด็ก
            ทั้งหมดที่กล่าวคงจะแก้ปัญหาของเด็กได้  แต่ต้องอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ใหญ่ที่จะทำให้สำเร็จ

เด็กเล็กเรียนรู้จากการกระทำและสัมผัส

                 การเรียนรู้ของเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย    เกิดขึ้นเมื่อเด็กได้ลองปฏิบัติ ได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ 
ด้วยตัวของเด็กเอง  โดยมีครู ผู้ใหญ่คอยสนับสนุน  คอยชี้แนะ  มีสังคมคอยเป็นกำลังสำคัญ  มีเพื่อนคอยช่วยคิด  ช่วยทำ  สิ่งที่เด็กวัยนี้จะทำอะไร จะต้องชี้แจงอย่างชัดเจน  มีความเป็นรูปธรรมอย่างตรงไปตรงมา   ไม่อ้อมไปอ้อมมา   เด็กจึงจะเข้าใจ   การพูดเปรียบเทียบ  เด็กส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ    เด็กอายุช่วง 3-7 ปี  เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสมองที่สูงมาก  ต้องการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก ประสบการณ์ต่างๆที่ได้พบอยู่ตลอดเวลา     ดังนั้นสิ่งที่เด็กได้พบจึงมีความหมายกับเด็ก  เด็กชอบซักถาม  เริ่มสงสัย  มีความคิดสร้างสรรค์     ความคิดของเด็กในวัยนี้ยังไม่ซับซ้อน     การพูดเปรียบเทียบ
ไม่ตรงไปตรงมา  การพูดล้อเล่น  การพูดแหย่  การแกล้งเด็ก  บางครั้งเด็กจะไม่เข้าใจ  ดังนั้นต้องระมัดระวัง  เพราะเด็กคิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง     มีผู้เสนอแนะว่าถ้าจะเล่นกับเด็กต้องบอกหรือชี้แจงเด็กให้เข้าใจ
ให้ชัดเจนก่อนที่เด็กจะเข้าใจอะไรผิดๆ  แล้วนำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดี  และที่สำคัญอาจนำไปสู่การแสดงบุคลิกไม่มั่นใจในตัวเอง    ขี้อาย  เพราะเด็กยังคิดได้แบบรูปธรรม  คิดแบบตรงไปตรงมา   ตรงนี้ครูปฐม
วัย  จะต้องระลึกอยู่ตลอดเวลาขณะจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย

ข้อดีที่พบจากการเรียนการสอนแบบ Montessori

             จากการได้ไปเยี่ยมห้องเรียนที่จัดการสอนแบบ Montessori ที่โรงเรียนอนุบาลวัดเพลง  ได้พบสิ่งดีๆ  หลายประการ ถือได้ว่าเป็นสิ่งดีที่ปลูกฝังให้กับเด็กเล็กของเรา  สิ่งดีนั้นได้แก่
              1  ความมีสมาธิที่เกิดกับเด็ก   เด็กทำงานได้นาน  เพราะเด็กได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา  เด็กที่ได้พบนั้นมีสมาธิในการทำงานยาวกว่าเด็กปกติโดยทั่วไป 
              2  ไม่มีการเปรียบเทียบการทำงานของเด็กในแต่ละคน   กิจกรรมที่เด็กทำเป็นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจ เพราะทำสำเร็จด้วยตนเอง  ไม่มีการเปรียบเทียบ  หรือแข่งขันกับคนอื่น  เด็กที่ช้าก็จะใช้เวลานานในการทำกิจกรรมโดยไม่รบกวนผู้อื่น  เด็กที่เรียนไวก็จะสามารถทำงานในระดับที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ    อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย
              3   เด็กอยู่ร่วมกันด้วยการช่วยเหลือ  แบ่งปัน เด็กที่โตกว่าให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เด็กที่มีอายุน้อยกว่า
              4   มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จ  โดยมีความตั้งใจที่เกิดขึ้นภายในตัวของเด็กเองไม่ใช่เกิดจากการสั่งการจากผู้อื่น
                สิ่งดังกล่าวได้เห็นในช่วงเวลาที่สั้นๆ  แต่ก็สิ่งที่เกิดกับเด็กเป็นสิ่งที่วางรากฐานชีวิตของเขาเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป
             

2553/02/19

กิจกรรมการทำอาหารในเด็กปฐมวัย

             สิ่งที่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้หรือการได้ประสบการณ์จากการทำอาหารมีหลายประการ  ที่ทำให้เด็กได้พัฒนาอย่างเป็นองค์รวมได้แก่
             ด้านสังคม  การทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ในการทำอาหาร  การจัดอาหาร  การจำแนกอาหารเด็ก  ผู้ใหญ่
            ด้านคณิตศาสตร์  เด็กได้ชั่ง  ตวง  การวัดปริมาณ  การจำแนก  การเปรียบเทียบ   รูปทรง
            ด้านภาษา  เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์จากชื่ออาหาร  ชื่อเครื่องครัว  ชื่อกระบวนการในการทำอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นการหั่น  การสับ  การโขลก  การตำ  การนวด  การทอด  ฯลฯ
            ด้านวิทยาศาสตร์  เด็กได้เรียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์   จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงในขณะปรุงอาหาร   ก่อนทำอาหาร  และหลังจากการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี  กลิ่น  รูปร่างของอาหาร  เป็นต้น
            ด้านความปลอดภัย  เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ในครัว  เช่น  มีด  เตาไฟ  กระทะ  ถ้วยกระเบื้อง  แก้ว เป็นต้น
            ด้านสุขภาพ  อนามัย  เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องของการรักษาความสะอาด   การล้างอุปกรณ์ในครัว
การเตรียมอาหารให้สะอาด  ปราศจากเชื้อโรค