จุดประสงค์ของการสอนสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม คือเด็กต้องมีเจตคติที่ดี มีความรู้ที่ถูกต้อง และมีทักษะหรือการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมมีทั้งสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งมีชีวิต เช่น พืช สัตว์ น้ำ หิน ดิน ทราย ต้นไม้ อากาศ เป็นต้น ปัจจุบันนี้มีการพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเพราะ มนุษย์ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ เราช่วยกันแก้ปัญหาโดยกำหนดหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาตั้งแต่ในระดับปฐมวัย แต่ เราจะมีเฉพาะหลักสูตรเท่านั้นคงจะไม่ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กปฐมวัยรัก
ธรรมชาติและมีพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กระบวนการที่กล่าวต้องเป็นกระบวนการที่พัฒนากาย
จิต และปัญญา เพื่อให้เด็กเกิดความรู้ จิตสำนึก และมีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กระบวนการ
เรียนนี้ต้องเริ่มการปลูกฝังและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะของการเรียนรู้ที่ค่อยๆ ซึมซาบเพื่อไป
สู่ภายในจิตใจ เข้าไปสู่กระบวนการคิด แล้วแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ โดยบุคคลที่เกี่ยว
ข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กจะต้องร่วมมือกันปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก เช่น การทิ้งขยะ การประหยัดน้ำ
การปลูกต้นไม้ เป็นต้น
2553/05/12
2553/05/03
กิจกรรมทางภาษาสำหรับเด็กเล็ก
กิจกรรมทางภาษาสำหรับเด็กเล็กๆ พ่อแม่ ครูจำเป็นต้องเข้าใจและส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเสมือนเป็นจุดเริ่มต้นในความประทับใจที่จะเรียนภาษาของคนเรา กิจกรรมที่เสนอแนะ
มีดังนี้
- ให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ โดยให้เด็กมีโอกาสเขียน ขีดเขี่ย วาดภาพ ถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้
ประสบการณ์ และความประทับใจอย่างอิสระ
- การสอนอ่าน สอนอย่างมีความหมาย และให้เด็กมีความสนุกสนาน รู้จักใช้หนังสือ
เปิดหนังสืออย่างถูกต้อง พร้อมกับมีการประเมินผลไปพร้อมกัน
- ใช้กิจกรรมการฟัง การเล่านิทาน การสนทนาโต้ตอบ การเล่าประสบการณ์ ฯลฯ ในการ
ทำให้เด็กประทับใจในการเรียนภาษา
- ให้เด็กมีโอกาสนำหนังสือที่ตนเองชอบไปอ่านเองตามจินตนาการ หรือให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง
- เตรียมหนังสือ สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้ออำนวยในการเรียนภาษา
- คอยดูแลและคอยประเมินสภาพการเรียนภาษาของเด็กอย่างต่อเนื่อง ไม่คอยจ้องจับผิด
เด็ก แต่ควรให้กำลังใจสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
- มีการสอนในลักษณะของกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่
สิ่งที่กล่าวเป็นแต่เพียงกิจกรรมเสนอแนะ สำหรับครู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กให้ได้นำไปใช้
ต่อไป
มีดังนี้
- ให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ โดยให้เด็กมีโอกาสเขียน ขีดเขี่ย วาดภาพ ถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้
ประสบการณ์ และความประทับใจอย่างอิสระ
- การสอนอ่าน สอนอย่างมีความหมาย และให้เด็กมีความสนุกสนาน รู้จักใช้หนังสือ
เปิดหนังสืออย่างถูกต้อง พร้อมกับมีการประเมินผลไปพร้อมกัน
- ใช้กิจกรรมการฟัง การเล่านิทาน การสนทนาโต้ตอบ การเล่าประสบการณ์ ฯลฯ ในการ
ทำให้เด็กประทับใจในการเรียนภาษา
- ให้เด็กมีโอกาสนำหนังสือที่ตนเองชอบไปอ่านเองตามจินตนาการ หรือให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง
- เตรียมหนังสือ สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้ออำนวยในการเรียนภาษา
- คอยดูแลและคอยประเมินสภาพการเรียนภาษาของเด็กอย่างต่อเนื่อง ไม่คอยจ้องจับผิด
เด็ก แต่ควรให้กำลังใจสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
- มีการสอนในลักษณะของกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่
สิ่งที่กล่าวเป็นแต่เพียงกิจกรรมเสนอแนะ สำหรับครู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กให้ได้นำไปใช้
ต่อไป
2553/04/29
ลักษณะการเรียนรู้ของเด็กเล็ก
เด็กเล็กเรียนรู้ตามวัย ซึ่งมีลักษณะการเรียนรู้สำคัญต่างๆพอจะกล่าวได้ดังนี้
1 การเล่น ถือเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กเล็ก
2 ภาษาที่ใช้กับเด็กต้องเป็นภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่ซับซ้อน วกวน โดยที่จะต้องเป็นสิ่ง
ที่ตรงไปตรงมา
3 สิ่งที่นำมาให้เด็กเรียนรู้ควรเป็นรูปธรรม ในการเรียนรู้เด็กจะต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
4 ประสบการณ์ต่างๆ คือแหล่งเรียนรู้ของเด็ก ถ้าประสบการณ์ที่เด็กได้รับมีการดูแล และสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่เหมาะสม จะทำให้ประสบการณ์นั้นๆ มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของเด็ก
5 เด็กเรียนรู้จากการเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง
ลักษณะการเรียนรู้ดังกล่าว ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจและนำความรู้นี้ไปจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนา
ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
1 การเล่น ถือเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กเล็ก
2 ภาษาที่ใช้กับเด็กต้องเป็นภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่ซับซ้อน วกวน โดยที่จะต้องเป็นสิ่ง
ที่ตรงไปตรงมา
3 สิ่งที่นำมาให้เด็กเรียนรู้ควรเป็นรูปธรรม ในการเรียนรู้เด็กจะต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
4 ประสบการณ์ต่างๆ คือแหล่งเรียนรู้ของเด็ก ถ้าประสบการณ์ที่เด็กได้รับมีการดูแล และสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่เหมาะสม จะทำให้ประสบการณ์นั้นๆ มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของเด็ก
5 เด็กเรียนรู้จากการเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง
ลักษณะการเรียนรู้ดังกล่าว ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจและนำความรู้นี้ไปจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนา
ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
การเล่นของเด็กอายุ 4-5 ปี
เด็กอายุ 4-5 ปี พัฒนาการการเล่นของเขา จะเป็นการเล่นที่มีกฎเกณฑ์มากขึ้น มีแบบแผน
รู้จักการเล่นกับเพื่อน มีการเล่นเป็นกลุ่ม ต้องการเล่นกับเพื่อน การเล่นที่พัฒนาเป็นอย่างมากในวัยนี้
คือการเล่นตามจินตนาการ มีการแบ่งเพศในการเล่น เป็นเด็กผู้หญิง ผู้ชาย การเล่นจะช่วยกันกำหนดบทบาทและหน้าที่ในการเล่น เช่น การเล่นเป็นแม่ค้า เป็นครูนักเรียน การเล่นเป็นคนขายของ ฯลฯ
การเล่นดังกล่าวจะกำหนดบทบาท กำหนดการพูด กำหนดสถานการณ์ สำหรับเด็กวัยนี้ ชอบทำกิจกรรมที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใหญ่ แขน ขา เช่น การวิ่ง กระโดด เดิน ปีน ป่าย ฯลฯ เด็กสามารถกระโดดด้วยขาข้างเดียวได้ สามารถเดินบนไม้กระดานแผ่นเดียวได้ สามารถเดินตามเส้นรอบวงได้โดยไม่ออกนอกเส้น เดินขึ้นลงบันไดโดยการสลับขาได้ วิ่งแล้วสามารถหยุดได้ท้นทีที่ต้องการ วิ่งกลับตัวได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นต้น เมื่อเข้าใจพัฒนาการเล่นของเด็กวัยนี้แล้ว
ผู้ใหญ่ควรทำการส่งเสริมการเล่นของเด็กให้เกิดคุณค่ามากที่สุด
รู้จักการเล่นกับเพื่อน มีการเล่นเป็นกลุ่ม ต้องการเล่นกับเพื่อน การเล่นที่พัฒนาเป็นอย่างมากในวัยนี้
คือการเล่นตามจินตนาการ มีการแบ่งเพศในการเล่น เป็นเด็กผู้หญิง ผู้ชาย การเล่นจะช่วยกันกำหนดบทบาทและหน้าที่ในการเล่น เช่น การเล่นเป็นแม่ค้า เป็นครูนักเรียน การเล่นเป็นคนขายของ ฯลฯ
การเล่นดังกล่าวจะกำหนดบทบาท กำหนดการพูด กำหนดสถานการณ์ สำหรับเด็กวัยนี้ ชอบทำกิจกรรมที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใหญ่ แขน ขา เช่น การวิ่ง กระโดด เดิน ปีน ป่าย ฯลฯ เด็กสามารถกระโดดด้วยขาข้างเดียวได้ สามารถเดินบนไม้กระดานแผ่นเดียวได้ สามารถเดินตามเส้นรอบวงได้โดยไม่ออกนอกเส้น เดินขึ้นลงบันไดโดยการสลับขาได้ วิ่งแล้วสามารถหยุดได้ท้นทีที่ต้องการ วิ่งกลับตัวได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นต้น เมื่อเข้าใจพัฒนาการเล่นของเด็กวัยนี้แล้ว
ผู้ใหญ่ควรทำการส่งเสริมการเล่นของเด็กให้เกิดคุณค่ามากที่สุด
2553/04/08
เล่น เรียนรู้ ของเด็กปฐมวัย
การให้เด็กได้เล่น โดยมีผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง คอยดูแล สนับสนุนและส่งเสริม คอยจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กทั้งสี่ด้านแล้ว การเล่นจะมีคุณค่า และเป็นประโยชน์กับเด็กอย่างมหาศาล อย่าเคร่งเครียดและบังคับให้เด็กเรียนแบบเด็กโต
เด็กเล็กจะเรียนรู้จากการเล่น และจากการที่เขาได้กระทำ ในสิ่งที่เด็กมีความสุขและมีความเพลิดเพลิน
สมองของเด็กพร้อมที่จะรับและได้เรียนรู้ เมื่อใดที่เด็กเครียด สมองจะปิดการเรียนรู้ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะให้เด็กเรียนรู้ทั้งๆที่เขามีความเครียด เพราะจะเป็นการเสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น
มีงานวิจัย ในเรื่องการเริ่มเขียนของเด็กที่ว่า การพัฒนาการเชื่อมโยงของนิวโรน จะช่วยเพิ่มทักษะด้านการเขียน การให้เด็กได้เล่นขีดเขี่ย การได้ดูตัวหนังสือ ได้จับต้องตัวพยัญชนะที่ทำเป็นสื่อให้เด็กได้เล่น ลักษณะของตัวอักษะแต่ละตัว จะถูกบันทึก เก็บและสะสมไว้ หลังจากนั้นจึงค่อยๆมา ปะติดปะต่อกันเป็น คำ และพัฒนาเป็นประโยค และข้อความในโอกาสต่อไป โดยสมองจะสร้างเครือข่าย ของ
นิวโรน (เซลล์ประสาท) อย่างเช่นเรื่องของคำ ในสมองของเด็กจะจัดระเบียบ การเคลื่อนไหวทุกอย่างซึ่งทำให้เด็กเขียนคำคำหนึ่งได้อย่างคล่องมือและอัตโนมัติ เป็นต้น
เด็กเล็กจะเรียนรู้จากการเล่น และจากการที่เขาได้กระทำ ในสิ่งที่เด็กมีความสุขและมีความเพลิดเพลิน
สมองของเด็กพร้อมที่จะรับและได้เรียนรู้ เมื่อใดที่เด็กเครียด สมองจะปิดการเรียนรู้ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะให้เด็กเรียนรู้ทั้งๆที่เขามีความเครียด เพราะจะเป็นการเสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น
มีงานวิจัย ในเรื่องการเริ่มเขียนของเด็กที่ว่า การพัฒนาการเชื่อมโยงของนิวโรน จะช่วยเพิ่มทักษะด้านการเขียน การให้เด็กได้เล่นขีดเขี่ย การได้ดูตัวหนังสือ ได้จับต้องตัวพยัญชนะที่ทำเป็นสื่อให้เด็กได้เล่น ลักษณะของตัวอักษะแต่ละตัว จะถูกบันทึก เก็บและสะสมไว้ หลังจากนั้นจึงค่อยๆมา ปะติดปะต่อกันเป็น คำ และพัฒนาเป็นประโยค และข้อความในโอกาสต่อไป โดยสมองจะสร้างเครือข่าย ของ
นิวโรน (เซลล์ประสาท) อย่างเช่นเรื่องของคำ ในสมองของเด็กจะจัดระเบียบ การเคลื่อนไหวทุกอย่างซึ่งทำให้เด็กเขียนคำคำหนึ่งได้อย่างคล่องมือและอัตโนมัติ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)