ถ้าพูดถึงกิจกรรมกลางแจ้งแล้ว บางคนคิดว่าต้องจัดกลางแจ้งเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่
กิจกรรมกลางแจ้งเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้เล่นทั้งในร่มและที่แจ้ง และมีบริเวณสะดวกปลอดภัย
และสะอาดเหมาะสมกับการเล่น กิจกรรมกลางแจ้งที่จัดให้กับเด็ก ได้แก่ การเล่นทราย การ
เล่นน้ำ การเล่นเครื่องเล่นสนาม การเล่นสมมุติในบ้านตุ๊กตา การเล่นในมุมช่างไม้ การเล่นเกม
การละเล่น เป็นต้น การเล่นเกมมีความหมายสำหรับเด็ก ครูต้องสาธิต อธิบายกติกา ดูแลความ
ปลอดภัย ไม่เน้นการแข่งขัน การแพ้ ชนะ คุณค่าของการเล่นกลางแจ้ง หรือการละเล่น จะช่วย
ให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อ สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่ว และต่อเนื่อง นอกจากนั้น
ยังฝึกความมีระเบียบวินัย ความเชื่อมั่นในตนเอง การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น และส่งเสริม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2553/08/19
2553/08/17
การละเล่นเด็กไทยพัฒนาเด็กปฐมวัย
การละเล่นของไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งมีทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ เป็นการเล่นแบบง่ายๆ
อุปกรณ์การเล่นก็จะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ
สติปัญญา พอจะกล่าวถึงประโยชน์ของการเล่นได้ดังนี้
ฝึกทักษะในการคิด เช่น อีตัก ปริศนาคำทาย
ฝึกทักษะในการใช้สายตา การสังเกต และไหวพริบ เช่น กาฟักไข่ ทอยเส้น
ฝึกทักษะความแม่นยำ เช่น การเล่นทอยกอง ทอยหลุม
ฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมพันธ์ การสังเกต ไหวพริบ เช่น มอญซ่อนผ้า การเล่นซ่อนหา
โพงพาง
ฝึกกล้ามเนื้อต่างๆ เช่น จับปูดำ ขยำปูนา
ฝึกกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น วิ่งเปี้ยว รีรีข้าวสาร ลิงชิงหลัก น้ำขึ้นน้ำลง ปลาหมอตกกระทะ
จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาเด็กไทยเรามีการให้ความสนใจมาตลอดเวลา ตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน แล้วเราจะนำวิธีการ และแนวคิดนั้นมาบูรณาการกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพปัจจุบัน
ได้อย่างไร ไม่ใช่เราจะละทิ้งสิ่งเดิมๆไป ดังนั้นจึงเป็นภาระและหน้าที่ของผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้อง
ในสังคมไทย
อุปกรณ์การเล่นก็จะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ
สติปัญญา พอจะกล่าวถึงประโยชน์ของการเล่นได้ดังนี้
ฝึกทักษะในการคิด เช่น อีตัก ปริศนาคำทาย
ฝึกทักษะในการใช้สายตา การสังเกต และไหวพริบ เช่น กาฟักไข่ ทอยเส้น
ฝึกทักษะความแม่นยำ เช่น การเล่นทอยกอง ทอยหลุม
ฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมพันธ์ การสังเกต ไหวพริบ เช่น มอญซ่อนผ้า การเล่นซ่อนหา
โพงพาง
ฝึกกล้ามเนื้อต่างๆ เช่น จับปูดำ ขยำปูนา
ฝึกกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น วิ่งเปี้ยว รีรีข้าวสาร ลิงชิงหลัก น้ำขึ้นน้ำลง ปลาหมอตกกระทะ
จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาเด็กไทยเรามีการให้ความสนใจมาตลอดเวลา ตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน แล้วเราจะนำวิธีการ และแนวคิดนั้นมาบูรณาการกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพปัจจุบัน
ได้อย่างไร ไม่ใช่เราจะละทิ้งสิ่งเดิมๆไป ดังนั้นจึงเป็นภาระและหน้าที่ของผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้อง
ในสังคมไทย
2553/08/11
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในวัย 2-6 ปี
คนทั่วโลกจะรู้จักนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเขากล่าวว่า ถ้าท่านอยาก
ให้เด็กฉลาด จงเล่าเทพนิยายให้เด็กฟัง ถ้าอยากให้เด็กฉลาดมากๆ ยิ่งขึ้น ก็จงเล่าเทพนิยายให้
มากขึ้น ดังนั้นการเล่านิทานทำให้เด็กเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการเข้าใจ
สัญลักษณ์ต่างๆ ส่งผลให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเรียน เด็กวัย อายุ 2-6 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสมองในขั้น preoperational stage เป็นวัยที่เด็กเรียนรู้ภาษา และคิดแบบ
ตนเองเป็นศูนย์กลาง และคิดแบบสัญลักษณ์ เด็กวัยนี้จะชอบเล่นแบบสมมุติ เล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ สมองในส่วนของการเคลื่อนไหวและการสัมผัสจะทำงาน ดังนั้นกิจกรรมให้เด็กได้ทำในวัยนี้ จะต้องเป็นกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวและได้สัมผัส และที่สำคัญคือการให้เด็กได้ฟังนิทาน และการเล่า
เรื่องราวต่างๆให้เด็กฟัง หน้าที่ตรงนี้คงจะไม่เกินความสามารถของผู้ใหญ่ไปได้ถ้าพวกเราเข้าใจ
และตั้งใจจริงๆ
ให้เด็กฉลาด จงเล่าเทพนิยายให้เด็กฟัง ถ้าอยากให้เด็กฉลาดมากๆ ยิ่งขึ้น ก็จงเล่าเทพนิยายให้
มากขึ้น ดังนั้นการเล่านิทานทำให้เด็กเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการเข้าใจ
สัญลักษณ์ต่างๆ ส่งผลให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเรียน เด็กวัย อายุ 2-6 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสมองในขั้น preoperational stage เป็นวัยที่เด็กเรียนรู้ภาษา และคิดแบบ
ตนเองเป็นศูนย์กลาง และคิดแบบสัญลักษณ์ เด็กวัยนี้จะชอบเล่นแบบสมมุติ เล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ สมองในส่วนของการเคลื่อนไหวและการสัมผัสจะทำงาน ดังนั้นกิจกรรมให้เด็กได้ทำในวัยนี้ จะต้องเป็นกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวและได้สัมผัส และที่สำคัญคือการให้เด็กได้ฟังนิทาน และการเล่า
เรื่องราวต่างๆให้เด็กฟัง หน้าที่ตรงนี้คงจะไม่เกินความสามารถของผู้ใหญ่ไปได้ถ้าพวกเราเข้าใจ
และตั้งใจจริงๆ
2553/08/09
ได้อะไรจากการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง
เด็กเล็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกถ้าจะปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน ผู้ใหญ่มีความจำเป็นที่จะต้อง
สร้างสภาพแวดล้อมหรือเอื้ออำนวยให้เด็กได้มีเจตคติที่ดีต่อหนังสือ ดังนั้นก่อนอื่นต้องเข้าใจถึง
ประโยชน์ของการอ่านหนังสือให้เด็กฟังซึ่งมีดังนี้คือ
-เด็กเข้าใจการอ่านว่าเป็นอย่างไร
-เพิ่มความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์
-ช่วยให้เด็กรู้จักลักษณะโครงสร้างภาษาเขียน
-ช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือ
-สร้างความกระตือรือร้นที่จะอ่าน
-เพิ่มความเข้าใจด้านเนื้อเรื่อง
-เพิ่มระดับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก
-จำตัวอักษรและสัญลักษณ์ได้มากขึ้น
-มีเจตคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือ
-มีความสนใจหนังสือเพิ่มมากขึ้น
-เข้าใจประโยคที่มีความยาวมากขึ้น
สิ่งที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยชน์ในการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ซึ่งมีอีก
มากมาย ดังนั้นควรช่วยกันปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านด้วยการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง
สร้างสภาพแวดล้อมหรือเอื้ออำนวยให้เด็กได้มีเจตคติที่ดีต่อหนังสือ ดังนั้นก่อนอื่นต้องเข้าใจถึง
ประโยชน์ของการอ่านหนังสือให้เด็กฟังซึ่งมีดังนี้คือ
-เด็กเข้าใจการอ่านว่าเป็นอย่างไร
-เพิ่มความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์
-ช่วยให้เด็กรู้จักลักษณะโครงสร้างภาษาเขียน
-ช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือ
-สร้างความกระตือรือร้นที่จะอ่าน
-เพิ่มความเข้าใจด้านเนื้อเรื่อง
-เพิ่มระดับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก
-จำตัวอักษรและสัญลักษณ์ได้มากขึ้น
-มีเจตคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือ
-มีความสนใจหนังสือเพิ่มมากขึ้น
-เข้าใจประโยคที่มีความยาวมากขึ้น
สิ่งที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยชน์ในการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ซึ่งมีอีก
มากมาย ดังนั้นควรช่วยกันปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านด้วยการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง
2553/07/12
ความหมายง่ายๆของการเรียนรู้ภาษาแบบธรรมชาติสำหรับเด็กปฐมวัย
การเรียนรู้ของเด็กในเรื่องภาษาแบบธรรมชาติหรือ Whole language นั้น เป็นวิธีการสอนภาษาที่ช่วยให้เด็กเกิดทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน อย่างสัมพันธ์กันและสอดคล้องต่อเนื่อง ไม่แยก
จากกัน ซึ่งบางครั้งอาจจะเน้นทักษะใดทักษะหนึ่งก็ตาม โดยใช้กิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการ
ของเด็ก ให้เด็กได้รับความสุขสนุกสนานขณะที่เรียนรู้ภาษาไปพร้อมกัน การสอนภาษาแบบธรรมชาติมีความสำคัญและทำให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กหลายประการ พอจะกล่าวได้ดังนี้
-เด็กมีความสุข สนุกสนาน ในการเรียนภาษาและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้
-เด็กได้รับการพัฒนาทางภาษา อย่างมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันทั้งทักษะการฟัง
พูด อ่าน และเขียน พร้อมทั้งพัฒนาไปด้วยกันไม่แยกเป็นทักษะต่างๆ
-ครู ผู้ปกครอง เกิดความเข้าใจ ในการพัฒนาทางภาษาทั้งด้านการอ่าน การเขียน
ในระดับปฐมวัย
-สนองความต้องการของผู้ปกครองส่วนมาก ซึ่งต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาภาษา
ในระดับปฐมวัย
จากกัน ซึ่งบางครั้งอาจจะเน้นทักษะใดทักษะหนึ่งก็ตาม โดยใช้กิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการ
ของเด็ก ให้เด็กได้รับความสุขสนุกสนานขณะที่เรียนรู้ภาษาไปพร้อมกัน การสอนภาษาแบบธรรมชาติมีความสำคัญและทำให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กหลายประการ พอจะกล่าวได้ดังนี้
-เด็กมีความสุข สนุกสนาน ในการเรียนภาษาและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้
-เด็กได้รับการพัฒนาทางภาษา อย่างมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันทั้งทักษะการฟัง
พูด อ่าน และเขียน พร้อมทั้งพัฒนาไปด้วยกันไม่แยกเป็นทักษะต่างๆ
-ครู ผู้ปกครอง เกิดความเข้าใจ ในการพัฒนาทางภาษาทั้งด้านการอ่าน การเขียน
ในระดับปฐมวัย
-สนองความต้องการของผู้ปกครองส่วนมาก ซึ่งต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาภาษา
ในระดับปฐมวัย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)