การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย ครูปฐมวัยใช้การจัดกิจกรรมผ่านการเล่นเพื่อให้เกิด
การเรียนรู้ เด็กควรมีความเพลิดเพลินซึ่งสัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่ต้องให้เด็กมีอารมณ์ทางบวก
การจำของสมองจะจำสิ่งที่เรียนรู้ไปหลังจาก 24 ชั่งโมงมีดังนี้
การฟังคำบรรยาย อย่างเดียวโดยไม่มีการซักถามจะจำได้ร้อยละ 5
การอ่านเรื่องราวซึ่งให้แง่คิดความเห็นจะจำได้ร้อยละ 10
การฟังด้วยหูและเห็นด้วยภาพจะจำได้ร้อยละ 20
การแสดงจะจำได้ร้อยละ 30
การอภิปรายถกเถียงจะจำได้ร้อยละ 50
การลงมือปฏิบัติจะจำได้ร้อยละ 75
การนำสิ่งที่ได้ปฏิบัติมาสอนจะจำได้ร้อยละ 90
ดังนั้นการที่จะทำให้เด็กปฐมวัยได้เกิดประสบการณ์หรือให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ ครูต้องวาง
แผนในการจัดกิจกรรมโดยใช้ความรู้ดังกล่าวในการออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้พัฒนามากที่สุด
2554/05/20
2554/05/04
กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง
มนุษย์ทุกคนย่อมต้องปลูกฝังให้เกิดความรู้สึกในการเห็นคุณค่าของตนเอง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้
มนุษย์หรือคนเราเมื่อเห็นคุณค่าของตนเองแล้วย่อมส่งผลต่อการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เราจะต้องทำจากภายในออกสู่ภายนอกซึ่งเป็นสิ่งที่ยากกว่าจะปลูกฝังได้ แต่ก็ไม่เกินความสามารถ
ของมนุษย์ไปได้ ดังนั้นจึงต้องเริ่มกันตั้งแต่เด็กๆเป็นต้นไป กิจกรรมที่จะฝึกให้กับเด็กเป็นกิจกรรมที่ง่ายๆ
อย่างเช่นเมื่อเด็กไปโรงเรียน ครูควรดำเนินการดังนี้
- ให้เด็กปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง ทั้งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวเอง และที่เป็น
กิจกรรมของส่วนรวม เช่น การล้างหน้า แปรงฟัน การสวมเสื้อผ้า รองเท้า-ถุงเท้า การเก็บที่นอน การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดอุปกรณ์หรือสื่อที่ใช้ร่วมกัน การยกเก็บอุปกรณ์ เป็นต้น
- ให้เด็กช่วยเหลือครูในกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน เช่น การถือของ การยกของ การแจกของ
เป็นต้น
-ให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ครูได้วางแผน เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์
กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวครูต้องให้เด็ก
ได้ปฏิบัติอย่างทั่วถึง และมีการสังเกตการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกพฤติกรรมของเด็กอย่างต่อเนื่อง
โดยส่งเสริมให้เด็กได้พูดโต้ตอบ สื่อสารให้ตรงตามที่เด็กและครูต้องการ มีการให้แรงเสริมและให้
กำลังใจแก่เด็ก ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวถึงแม้จะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายๆหรือทำเป็นประจำแล้ว แต่ถ้าครูละเลยและไม่ให้ความ
สนใจ ตลอดทั้งไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง เราจะไม่สามารถสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองให้กับเด็กได้
มนุษย์หรือคนเราเมื่อเห็นคุณค่าของตนเองแล้วย่อมส่งผลต่อการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เราจะต้องทำจากภายในออกสู่ภายนอกซึ่งเป็นสิ่งที่ยากกว่าจะปลูกฝังได้ แต่ก็ไม่เกินความสามารถ
ของมนุษย์ไปได้ ดังนั้นจึงต้องเริ่มกันตั้งแต่เด็กๆเป็นต้นไป กิจกรรมที่จะฝึกให้กับเด็กเป็นกิจกรรมที่ง่ายๆ
อย่างเช่นเมื่อเด็กไปโรงเรียน ครูควรดำเนินการดังนี้
- ให้เด็กปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง ทั้งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวเอง และที่เป็น
กิจกรรมของส่วนรวม เช่น การล้างหน้า แปรงฟัน การสวมเสื้อผ้า รองเท้า-ถุงเท้า การเก็บที่นอน การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดอุปกรณ์หรือสื่อที่ใช้ร่วมกัน การยกเก็บอุปกรณ์ เป็นต้น
- ให้เด็กช่วยเหลือครูในกิจกรรมที่ปฏิบัติในห้องเรียน เช่น การถือของ การยกของ การแจกของ
เป็นต้น
-ให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ครูได้วางแผน เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์
กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวครูต้องให้เด็ก
ได้ปฏิบัติอย่างทั่วถึง และมีการสังเกตการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกพฤติกรรมของเด็กอย่างต่อเนื่อง
โดยส่งเสริมให้เด็กได้พูดโต้ตอบ สื่อสารให้ตรงตามที่เด็กและครูต้องการ มีการให้แรงเสริมและให้
กำลังใจแก่เด็ก ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวถึงแม้จะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายๆหรือทำเป็นประจำแล้ว แต่ถ้าครูละเลยและไม่ให้ความ
สนใจ ตลอดทั้งไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง เราจะไม่สามารถสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองให้กับเด็กได้
2554/04/30
เด็กปฐมวัยกับการประเมินพัฒนาการ
การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อเด็ก แต่สิ่งที่มีความสำคัญอีก
อย่างหนึ่งคือการที่จะต้องมีการประเมินพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และสามารถอธิบายได้ว่าเด็กมีพัฒนา
อย่างไร เรามีแนวทางการประเมินที่จำเป็นต้องดำเนินการซึ่งพอจะกล่าวได้คือ
- ประเมินพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ -จิตใจ สังคม และสติปัญญา
- ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
- ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยเฉพาะวิธีการสังเกตซึ่งมีความสำคัญสำหรับเด็กวัยนี้
- บันทึกพฤติกรรมที่ได้ประเมินทุกครั้ง
- นำผลของการประเมินพัฒนาการไปใช้ในการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆอย่างเต็มศักยภาพ
- รายงานการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องเพื่อการร่วมมือกันพัฒนาเด็ก
สิ่งที่กล่าวข้างต้นมีความจำเป็นและเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการไปพร้อมกับการจัดกิจกรรม
หรือการจัดประการณ์ให้กับเด็ก
อย่างหนึ่งคือการที่จะต้องมีการประเมินพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และสามารถอธิบายได้ว่าเด็กมีพัฒนา
อย่างไร เรามีแนวทางการประเมินที่จำเป็นต้องดำเนินการซึ่งพอจะกล่าวได้คือ
- ประเมินพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ -จิตใจ สังคม และสติปัญญา
- ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
- ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยเฉพาะวิธีการสังเกตซึ่งมีความสำคัญสำหรับเด็กวัยนี้
- บันทึกพฤติกรรมที่ได้ประเมินทุกครั้ง
- นำผลของการประเมินพัฒนาการไปใช้ในการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆอย่างเต็มศักยภาพ
- รายงานการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องเพื่อการร่วมมือกันพัฒนาเด็ก
สิ่งที่กล่าวข้างต้นมีความจำเป็นและเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการไปพร้อมกับการจัดกิจกรรม
หรือการจัดประการณ์ให้กับเด็ก
2554/04/17
ป้ายนิเทศในห้องเรียนของเด็กปฐมวัย
การจัดป้ายนิเทศในห้องเรียนเด็กปฐมวัยมีความสำคัญสำหรับการจัดประสบการณ์เพื่อ
พัฒนาเด็กไม่ได้จัดเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่การจัดป้ายนิเทศมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก
เพราะทำให้เด็กได้ขยายประสบการณ์จากเนื้อหาที่เด็กได้เรียนรู้จากการจัดประสบการณ์ของครู เด็กได้
สื่อสารกับบุคคลต่างๆ เด็กได้เกิดความภูมิใจ เป็นต้น ดังนั้นครูจำเป็นจะต้องจัดป้ายนิเทศที่ประกอบด้วย
ลักษณะดังนี้
- ติดภาพหรือเรื่องราวที่ต้องการให้เด็กรู้ และทำกิจกรรมในสัปดาห์ที่กำลังเรียน
- ติดภาพและผลงานของเด็กพร้อมชื่อเจ้าของผลงาน
- ติดภาพหรือโปสเตอร์ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมซึ่งต้องการให้เด็กได้ทำ
- ติดภาพทบทวนสิ่งที่เรียนในสัปดาห์ก่อน
ฉะนั้น การจัดป้ายนิเทศมีความสำคัญต่อเด็กเป็นอย่างยิ่ง ครูจะต้องวางแผนการจัด และ
ดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน
พัฒนาเด็กไม่ได้จัดเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่การจัดป้ายนิเทศมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก
เพราะทำให้เด็กได้ขยายประสบการณ์จากเนื้อหาที่เด็กได้เรียนรู้จากการจัดประสบการณ์ของครู เด็กได้
สื่อสารกับบุคคลต่างๆ เด็กได้เกิดความภูมิใจ เป็นต้น ดังนั้นครูจำเป็นจะต้องจัดป้ายนิเทศที่ประกอบด้วย
ลักษณะดังนี้
- ติดภาพหรือเรื่องราวที่ต้องการให้เด็กรู้ และทำกิจกรรมในสัปดาห์ที่กำลังเรียน
- ติดภาพและผลงานของเด็กพร้อมชื่อเจ้าของผลงาน
- ติดภาพหรือโปสเตอร์ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมซึ่งต้องการให้เด็กได้ทำ
- ติดภาพทบทวนสิ่งที่เรียนในสัปดาห์ก่อน
ฉะนั้น การจัดป้ายนิเทศมีความสำคัญต่อเด็กเป็นอย่างยิ่ง ครูจะต้องวางแผนการจัด และ
ดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน
เพลงกับการพัฒนาเด็ก
เด็กปฐมวัยเป็นวัยทองของชีวิตมนุษย์ การที่ให้เด็กได้พัฒนาตั้งแต่เล็กๆด้วยการให้เด็ก
ได้ฟังเพลงจังหวะช้าๆ มีผลต่อการทำงานของสมองโดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง ดนตรีทำให้จิตใจสงบ
เยือกเย็นและมีใจจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เกิดคลื่นสมองที่เรียกว่า คลื่นอัลฟา เมื่อเกิดคลื่นอัลฟาทำให้เกิดสภาวะที่มีสมาธิและเป็นสภาพที่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็กเล็กๆ ซึ่งขณะนี้เด็กมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยให้เด็กมีสมาธิต่อการเรียนรู้ ดังนั้นเราควรจัดให้เด็กได้ฟังเพลงที่กล่าวข้างต้น นอกจากทำให้เกิดสมาธิแล้ว ยังเกิดผลต่อเด็กดังนี้
- เกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมจินตนาการ
- มีความสุขสนุกสนานเพลิดเพลิน มีความรู้สึกผ่อนคลาย
- เกิดทักษะการฟัง
จากที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของผลการใช้เพลงอันเหมาะสมที่เกิดกับเด็ก ผู้ใหญ่จึงต้องพิจารณาการนำเพลงมาใช้ในการพัฒนาเด็กเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กอย่างมึคุณค่า
ได้ฟังเพลงจังหวะช้าๆ มีผลต่อการทำงานของสมองโดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง ดนตรีทำให้จิตใจสงบ
เยือกเย็นและมีใจจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เกิดคลื่นสมองที่เรียกว่า คลื่นอัลฟา เมื่อเกิดคลื่นอัลฟาทำให้เกิดสภาวะที่มีสมาธิและเป็นสภาพที่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็กเล็กๆ ซึ่งขณะนี้เด็กมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยให้เด็กมีสมาธิต่อการเรียนรู้ ดังนั้นเราควรจัดให้เด็กได้ฟังเพลงที่กล่าวข้างต้น นอกจากทำให้เกิดสมาธิแล้ว ยังเกิดผลต่อเด็กดังนี้
- เกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมจินตนาการ
- มีความสุขสนุกสนานเพลิดเพลิน มีความรู้สึกผ่อนคลาย
- เกิดทักษะการฟัง
จากที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของผลการใช้เพลงอันเหมาะสมที่เกิดกับเด็ก ผู้ใหญ่จึงต้องพิจารณาการนำเพลงมาใช้ในการพัฒนาเด็กเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กอย่างมึคุณค่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)