การส่งเสริมทักษะการพูดให้กับเด็กปฐมวัยนั้นมีปัจจัยหลายอย่างต่อการพัฒนาทักษะการพูดทั้งสภาพแวดล้อม พ่อแม่หรือบุคคลแวดล้อม ครูผู้สอน ตัวเด็กเอง เป็นต้น สำหรับแนวทางที่ส่งเสริมทักษะการพูดให้กับเด็กมีดังนี้
- การพูดคุยกับเด็กเป็นประจำ
- การเป็นแบบอย่างในการพูดที่ดีให้กับเด็ก
- ให้โอกาสกับเด็กในการพูดหรือเล่าประสบการณ์ของเด็กเอง หรือให้มีการเล่าข่าวหรือเหตุการณ์ประจำวัน
- สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น มีอิสระเพื่อส่งเสริมการพูดและการแสดงความคิดเห็น
- การฝึกพูดควรเป็นสภาพที่ธรรมชาติและเด็กมีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งปกติ และควร
ฝึกในกลุ่มเล็กเพื่อครูและเด็กได้มีการสื่อสารกันโดยตรง
- ฝึกการมีมารยาทในการพูด การใช้คำพูดต่างๆอย่างเหมาะสม และถูกกาลเทศะ
- ใช้กิจกรรมการร้องเพลง เล่นเกม ท่องคำคล้องจอง การเล่นบทบาทสมมติ
การปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้แนวทางดังกล่าวจะส่งเสริมให้เด็กได้มีทักษะการพูดอย่างมีคุณภาพ
2560/07/30
2560/06/25
ข้อควรคำนึงในการฝึกทักษะการสังเกตให้กับเด็กปฐมวัย
ทักษะการสังเกตมีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก เป็นทักษะที่นำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เพราะการสังเกตสามารถทำให้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเด็กได้ เด็กปฐมวัยเรียนรู้สิ่งต่างๆ
โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ทักษะการสังเกตเป็นความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ารับขัอ
มูลเกี่ยวกับวัตถุ เหตุการณ์ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ข้อควรคำนึงในการฝึกทักษะการสังเกตมีดังนี้
- การฝึกทักษะการสังเกตไม่มีขอบเขตจำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน เด็กสามารถได้รับการฝึกได้ทุกหนทุกแห่ง
- การใช้คำถามที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับเด็ก มีประโยชน์ต่อการค้นหาคำตอบ ช่วยทำให้เด็กมีความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสำรวจได้ดีขึ้น
- ให้เวลากับเด็กในการสำรวจตรวจสอบ ค้นหาประสบการณ์ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเพียงพอ
- ไม่ควรคาดหวังให้เด็กตอบคำถามได้อย่างสมเหตุสมผลอยู่่เสมอ เพราะเด็กอาจมีข้อจำกัดบางประการในสถานการณ์ต่างๆ
- กิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ใช้ฝึกเด็กจะต้องไม่ยากเกินไปหรือง่ายเกินไปสำหรับวัยของเด็ก
- การทำซ้ำยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็กๆ ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำซ้ำ และอย่าลิมถึงความหลากหลายของกิจกรรมด้วย
การฝึกทักษะการสังเกตให้กับเด็กด้วยกิจกรรมต่างๆจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก จะนำไปสุ่การที่เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ทักษะการสังเกตเป็นความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ารับขัอ
มูลเกี่ยวกับวัตถุ เหตุการณ์ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ข้อควรคำนึงในการฝึกทักษะการสังเกตมีดังนี้
- การฝึกทักษะการสังเกตไม่มีขอบเขตจำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน เด็กสามารถได้รับการฝึกได้ทุกหนทุกแห่ง
- การใช้คำถามที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับเด็ก มีประโยชน์ต่อการค้นหาคำตอบ ช่วยทำให้เด็กมีความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสำรวจได้ดีขึ้น
- ให้เวลากับเด็กในการสำรวจตรวจสอบ ค้นหาประสบการณ์ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเพียงพอ
- ไม่ควรคาดหวังให้เด็กตอบคำถามได้อย่างสมเหตุสมผลอยู่่เสมอ เพราะเด็กอาจมีข้อจำกัดบางประการในสถานการณ์ต่างๆ
- กิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ใช้ฝึกเด็กจะต้องไม่ยากเกินไปหรือง่ายเกินไปสำหรับวัยของเด็ก
- การทำซ้ำยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็กๆ ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำซ้ำ และอย่าลิมถึงความหลากหลายของกิจกรรมด้วย
การฝึกทักษะการสังเกตให้กับเด็กด้วยกิจกรรมต่างๆจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก จะนำไปสุ่การที่เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2560/05/31
จะจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านสติปัญญาให้กับเด็กปฐมวัยอย่างไร
การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านสติปัญญาสิ่งสำคัญคือควรจัดประสบการณ์ให้เด็กอย่าง
เหมาะสมกับพัฒนาการ ไม่บังคับให้เด็กเรียนในสิ่งที่ยังไม่พร้อมหรือยากเกินไป หลักที่ควรยึดมีดังนี้
- เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันถึงแม้จะอายุเท่ากัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบกัน
- จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามวัย เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์และมี
ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากๆ
- ให้ความสนใจและสังเกตเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อทราบลักษณะของเด็กแต่ละคน
- ในการจัดการเรียนรู้ควรใช้สิ่งที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจลักษณะต่างๆได้ดี
- การจัตการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย เด็กจะรับรู้ส่วนรวมได้ดีกว่าส่วนย่อย จึงควรจัดการเรียนรู้ในภาพ
รวมก่อนแล้วจึงแยกทีละส่วน
- การจัดการเรียนรู้สิ่งใดให้กับเด็ก ควรเริ่มในสิ่งที่เด็กคุ้นเคยหรือมีประสบการณ์มาก่อนแล้วจึงเสนอ
สิ่งใหม่ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งเก่า การจัดในลักษณะดังกล่าวจะช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้
หากครูปฐมวัยคำนึงถึงหลักการพัฒนาความพร้อมด้านสติปํญญาดังกล่าวจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ
เหมาะสมกับพัฒนาการ ไม่บังคับให้เด็กเรียนในสิ่งที่ยังไม่พร้อมหรือยากเกินไป หลักที่ควรยึดมีดังนี้
- เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันถึงแม้จะอายุเท่ากัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบกัน
- จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามวัย เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์และมี
ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากๆ
- ให้ความสนใจและสังเกตเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อทราบลักษณะของเด็กแต่ละคน
- ในการจัดการเรียนรู้ควรใช้สิ่งที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจลักษณะต่างๆได้ดี
- การจัตการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย เด็กจะรับรู้ส่วนรวมได้ดีกว่าส่วนย่อย จึงควรจัดการเรียนรู้ในภาพ
รวมก่อนแล้วจึงแยกทีละส่วน
- การจัดการเรียนรู้สิ่งใดให้กับเด็ก ควรเริ่มในสิ่งที่เด็กคุ้นเคยหรือมีประสบการณ์มาก่อนแล้วจึงเสนอ
สิ่งใหม่ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งเก่า การจัดในลักษณะดังกล่าวจะช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้
หากครูปฐมวัยคำนึงถึงหลักการพัฒนาความพร้อมด้านสติปํญญาดังกล่าวจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ
2560/04/27
การเล่านิทาน/อ่านนิทานให้เด็กฟังส่งเสริมทักษะทางภาษา
การเล่านิทานหรืออ่านนิทานให้เด็กฟังสามารถส่งเสริมทักษะทางภาษาให้กับเด็กทั้งการพูด การฟัง การรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ การเพิ่มพูนประสบการณ์ทางภาษาและตอบสนองความต้องการของเด็กซึ่งสรุปได้ดังนี้
- ฝึกการพูด เด็กได้ฝึกการพูด คำศัพท์ใหม่ วลี ข้อความต่างๆ คำคล้องจอง ประโยคจากนิทาน เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน การอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การวิจารณ์ การสรุปเรื่อง การตอบคำถามและการตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การพูดเกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง เป็นต้น
- ฝึกการฟัง ความสนใจและการตั้งใจฟังนิทาน ทำให้เด็กสามารถจำชื่อ ลักษณะของตัวละคร ได้รู้จักและจำคำศัพท์ เนื้อเรื่องและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะที่ฟังนิทาน
- ฝึกการสังเกต เด็กได้สังเกตและได้จดจำสิ่งต่างๆจากนิทานที่ได้ฟัง เด็กจะเกิดข้อสงสัยต่างๆ ทั้งอะไร ทำไม อย่างไร เมื่อไร ซึ่งจะต้องใช้การสังเกตอยู่ตลอดเวลาเป็นการพัฒนาสมองและเพิ่มพูน
ประสบการณ์ให้กับเด็ก
ดังนั้นการเล่านิทานหรือการอ่านนิทานให้เด็กฟังเป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้ใหญ่ต้องจัดประสบการณ์ดังกล่าวให้กับเด็กเพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษา
- ฝึกการพูด เด็กได้ฝึกการพูด คำศัพท์ใหม่ วลี ข้อความต่างๆ คำคล้องจอง ประโยคจากนิทาน เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน การอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การวิจารณ์ การสรุปเรื่อง การตอบคำถามและการตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การพูดเกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง เป็นต้น
- ฝึกการฟัง ความสนใจและการตั้งใจฟังนิทาน ทำให้เด็กสามารถจำชื่อ ลักษณะของตัวละคร ได้รู้จักและจำคำศัพท์ เนื้อเรื่องและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะที่ฟังนิทาน
- ฝึกการสังเกต เด็กได้สังเกตและได้จดจำสิ่งต่างๆจากนิทานที่ได้ฟัง เด็กจะเกิดข้อสงสัยต่างๆ ทั้งอะไร ทำไม อย่างไร เมื่อไร ซึ่งจะต้องใช้การสังเกตอยู่ตลอดเวลาเป็นการพัฒนาสมองและเพิ่มพูน
ประสบการณ์ให้กับเด็ก
ดังนั้นการเล่านิทานหรือการอ่านนิทานให้เด็กฟังเป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้ใหญ่ต้องจัดประสบการณ์ดังกล่าวให้กับเด็กเพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษา
2560/03/31
เด็กปฐมวัยกับการจัดประสบการณ์ด้านอนุุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การที่จะให้เด็กปฐมวัยได้เห็นคุณค่าและได้รับความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม ครูควรที่จะจัดประสบการณ์ให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่างๆด้วยตนเอง ฉะนั้นควรที่จะจัดประสบการณ์ให้เด็กได้
เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนดังนี้
- การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นกิจกรรมภายในห้องเรียนโดยครูเล่านิทาน สนทนา
การใช้คำคล้องจอง เพลง การอภิปราย การแสดงบทบาทสมมติ การเล่าข่าว การให้ดูภาพเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม ครูอาจเลือกใช้วิธีดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้มีเจตคติที่ดีและมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนโดยให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่่
จริง ได้เห็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นขยะ อากาศ เป็นต้น การนำเด็กไปทัศนศึกษาตามที่ต่างๆ
ในโรงเรียนและในท้องถิ่น เพื่อให้เด็กรักในสิ่งแวดล้อมและมีความรู้สึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน โดยจัดเพิ่มเติมจากในห้องเรียน เช่น การจัดให้มีแปลงเกษตร
การจัดให้มีสวนดอกไม้ เพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติจริงจากที่ได้เรียนรู้มาแล้ว
การจัดกิจกรรมลักษณะด้งกล่าวจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยได้มีประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมตั้งแต่เล็กๆทำให้เมื่อโตขึ้นเด็กจะได้มีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิงแวดล้อม
เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนดังนี้
- การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นกิจกรรมภายในห้องเรียนโดยครูเล่านิทาน สนทนา
การใช้คำคล้องจอง เพลง การอภิปราย การแสดงบทบาทสมมติ การเล่าข่าว การให้ดูภาพเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม ครูอาจเลือกใช้วิธีดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้มีเจตคติที่ดีและมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนโดยให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่่
จริง ได้เห็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นขยะ อากาศ เป็นต้น การนำเด็กไปทัศนศึกษาตามที่ต่างๆ
ในโรงเรียนและในท้องถิ่น เพื่อให้เด็กรักในสิ่งแวดล้อมและมีความรู้สึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน โดยจัดเพิ่มเติมจากในห้องเรียน เช่น การจัดให้มีแปลงเกษตร
การจัดให้มีสวนดอกไม้ เพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติจริงจากที่ได้เรียนรู้มาแล้ว
การจัดกิจกรรมลักษณะด้งกล่าวจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยได้มีประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมตั้งแต่เล็กๆทำให้เมื่อโตขึ้นเด็กจะได้มีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิงแวดล้อม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




