การสร้างความงามในตัวเด็กนั้นต้องช่วยกันสร้างตั้งแต่เล็กๆ ความงามนั้นเป็นสุนทรียศาสตร์
ส่วนใหญ่เกิดจากงานศิลปะ ดนตรี นิทาน ซึ่งทำให้เด็กมีชีวิตที่มีความสุขทั้งส่วนตนและการอยู่ร่วมกันสังคมชีวิตมีความสวยงาม ปัจจุบันนี้เด็กจะได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่เน้นความเก่ง ความฉลาด ความรู้
ทำให้เด็ก ขาดความสมดุลของชีวิต ห่างจากชีวิตที่สัมผัสกับธรรมชาติ บางท่านกล่าวว่าเด็กใน
ปัจจุบันมีแต่ความรู้แต่ไม่มีความรู้สึก เป็นสิ่งที่น่าห่วงมากสำหรับเด็ก เพราะต่อไปเด็กต้องโตเป็น
ผู้ใหญ่ ดังนั้นเราจึงจะต้องร่วมกันสร้างความงามให้เกิดในหัวใจเด็ก สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการสร้าง
ความงามนั้นคือความรัก นอกจากดนตรี นิทานหรือศิลปะ ความรักนั้นต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เด็ก มากที่สุดคือพ่อแม่นอกจากพ่อแม่แล้วคือครูเมื่อเด็กมาโรงเรียน พ่อแม่ ครูจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ให้ความรักแก่เด็ก ความรักเริ่มด้วยการให้เวลาแก่เด็ก การให้ความรัก และเวลาสำหรับเด็ก จะทำให้
เด็กมีความรู้สึกอบอุ่น สิ่งที่กล่าวเป็นการสร้างรากฐานชีวิตมนุษย์คือการมีจิตใจที่ดีงาม เมื่อเด็ก
มีจิตใจที่ดีงาม คุณธรรมต่างๆก็สามารถปลูกฝังได้ทุกอย่าง
2553/05/30
การเล่านิทานให้เด็กฟัง
การเล่านิทานเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกิจกรรมหนึ่งที่นิยมจัดให้กับเด็ก โดยมีจุดประสงค์หลาย
อย่าง เช่น การต้องการปลูกฝังคุณธรรม การสร้างความเพลิดเพลิน การพัฒนาการทางภาษา
เป็นต้น จัดเป็นกิจกรรมหนึ่งในกิจกรรมในวงกลมหรือกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ซึ่งเป็นกิจกรรม
ที่มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฝึกการทำงานและอยู่ร่วมกันป็นกลุ่มทั้งกลุ่มย่อยและกลุ่ม
ใหญ่ กิจกรรมที่จัดมุ่งฝึกให้เด็กได้มีโอกาสฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา ใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โดยจัดกิจกรรมด้วยวิธีต่างๆ เช่น การอภิปราย
การสาธิต การทดลอง เล่นบทบาทสมมติ ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น การเล่านิทาน
ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ใช้ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ หลังจากการเล่านิทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ครูควรใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้เด็กได้ตอบคำถามโดยใช้ความคิดของตนเอง สิ่งทีสำคัญครูจะ
ต้องใจเย็น เพื่อให้เด็กได้คิดคำตอบ ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงคำตอบที่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ หรือมีคำตอบ
ให้เด็กเลือก กิจกรรมนี้นอกจากเหมาะสมที่ครูใช้แล้ว ควรส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรม
นี้ที่บ้านด้วย
อย่าง เช่น การต้องการปลูกฝังคุณธรรม การสร้างความเพลิดเพลิน การพัฒนาการทางภาษา
เป็นต้น จัดเป็นกิจกรรมหนึ่งในกิจกรรมในวงกลมหรือกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ซึ่งเป็นกิจกรรม
ที่มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฝึกการทำงานและอยู่ร่วมกันป็นกลุ่มทั้งกลุ่มย่อยและกลุ่ม
ใหญ่ กิจกรรมที่จัดมุ่งฝึกให้เด็กได้มีโอกาสฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา ใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โดยจัดกิจกรรมด้วยวิธีต่างๆ เช่น การอภิปราย
การสาธิต การทดลอง เล่นบทบาทสมมติ ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น การเล่านิทาน
ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ใช้ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ หลังจากการเล่านิทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ครูควรใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้เด็กได้ตอบคำถามโดยใช้ความคิดของตนเอง สิ่งทีสำคัญครูจะ
ต้องใจเย็น เพื่อให้เด็กได้คิดคำตอบ ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงคำตอบที่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ หรือมีคำตอบ
ให้เด็กเลือก กิจกรรมนี้นอกจากเหมาะสมที่ครูใช้แล้ว ควรส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรม
นี้ที่บ้านด้วย
2553/05/27
การเคลื่อนไหวของเด็กปฐมวัย
การเคลื่อนไหวของเด็กปฐมวัยมีความสำคัญ เด็กจะได้พัฒนาการร่างกายในส่วนต่างๆ นั้น ครู
จำเป็นต้องจัดเพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวในลักษณะของรูปแบบต่างๆ เช่น
การเคลื่อนไหวพื้นฐานทั้งหมด ได้แก่ การเดิน การคลาน การคืบ การวิ่ง ฯลฯ
การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง
การแสดงท่าทางตามคำบรรยาย เรื่องราว
การทำท่าทางกายบริหาร
การเลียนแบบท่าทางสัตว์ การเลียนแบบท่าทางคน การเล่นเลียนแบบเป็นสิ่งของ ฯลฯ
การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
การเคลื่อนไหวเป็นผู้นำหรือผู้ตาม
การเคลื่อนไหวสร้างสรรค์หรือการเคลื่อนไหวตามจินตนาการ
กิจกรรมที่นำเสนอดังกล่าว นอกจากทำให้เด็กได้พัฒนาการด้านร่างกายแล้ว เด็กยังได้พัฒนาการด้านอื่นๆ พร้อมกันไปด้วย
จำเป็นต้องจัดเพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวในลักษณะของรูปแบบต่างๆ เช่น
การเคลื่อนไหวพื้นฐานทั้งหมด ได้แก่ การเดิน การคลาน การคืบ การวิ่ง ฯลฯ
การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง
การแสดงท่าทางตามคำบรรยาย เรื่องราว
การทำท่าทางกายบริหาร
การเลียนแบบท่าทางสัตว์ การเลียนแบบท่าทางคน การเล่นเลียนแบบเป็นสิ่งของ ฯลฯ
การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
การเคลื่อนไหวเป็นผู้นำหรือผู้ตาม
การเคลื่อนไหวสร้างสรรค์หรือการเคลื่อนไหวตามจินตนาการ
กิจกรรมที่นำเสนอดังกล่าว นอกจากทำให้เด็กได้พัฒนาการด้านร่างกายแล้ว เด็กยังได้พัฒนาการด้านอื่นๆ พร้อมกันไปด้วย
การจัดทำแผนการจัดประสบการณ์
การจะนำหลักสูตรระดับปฐมวัยสู่ห้องเรียน โดยคำนึงเด็กเป็นตัวตั้งคือการพัฒนาด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญานั้น แผนการจัดประสบการณ์หรือแผนการจัดการเรียนรู้ มีความ
สำคัญ ครูปฐมวัยจำเป็นต้องเข้าใจถึงความมุ่งหมายในการจัดทำและแนวทางการจัดทำแผนฯ และต้อง
คิดว่าเป็นหน้าที่ปกติที่จะต้องจัดทำ แผนการจัดประสบการณ์ที่กล่าว มีสิ่งที่ควรระบุให้ชัดเจนดังนี้
1 ชื่อหน่วย ชื่อแผน วัน เดือนปี และระยะเวลาของการจัดประสบการณ์
2 จุดประสงค์การเรียนรู้ ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน
3 สาระการเรียนรู้ ตามที่ระบุไว้ในหลักสูตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือสาระที่ควรเรียนรู้ และประสบการณ์สำคัญ ซึ่งได้วิเคราะห์ และกำหนดไว้ในสาระการเรียนรู้รายปี
4 กิจกรรมการเรียนรู้ สามารถออกแบบได้หลายลักษณะ อาจจะเป็นกิจกรรมหลักทั้ง 6 กิจกรรม
ที่เราเข้าใจก็ได้ หรืออาจเรียกชื่อกิจกรรมแตกต่างกัน ประเด็นที่สำคัญคือต้องครอบคลุมพัฒนา
การทุกด้านของเด็ก อาจนำนวัตกรรมทางการศึกษาด้านปฐมวัยมาทดลองใช้ก็ได้
5 สื่อ และแหล่งเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรือนอกสถานศึกษา เพื่อใช้ในการจัด
ประสบการณ์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่กำหนด
6 การวัดและประเมินพัฒนาการ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละแผนการจัดประสบการณ์
7 บันทึกผลหลังการจัดประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ มีรายละเอียดที่ต้องแสดงให้
เห็นในเรื่องของ ผลการจัดประสบการณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะ
8 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บริหาร
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญานั้น แผนการจัดประสบการณ์หรือแผนการจัดการเรียนรู้ มีความ
สำคัญ ครูปฐมวัยจำเป็นต้องเข้าใจถึงความมุ่งหมายในการจัดทำและแนวทางการจัดทำแผนฯ และต้อง
คิดว่าเป็นหน้าที่ปกติที่จะต้องจัดทำ แผนการจัดประสบการณ์ที่กล่าว มีสิ่งที่ควรระบุให้ชัดเจนดังนี้
1 ชื่อหน่วย ชื่อแผน วัน เดือนปี และระยะเวลาของการจัดประสบการณ์
2 จุดประสงค์การเรียนรู้ ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน
3 สาระการเรียนรู้ ตามที่ระบุไว้ในหลักสูตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือสาระที่ควรเรียนรู้ และประสบการณ์สำคัญ ซึ่งได้วิเคราะห์ และกำหนดไว้ในสาระการเรียนรู้รายปี
4 กิจกรรมการเรียนรู้ สามารถออกแบบได้หลายลักษณะ อาจจะเป็นกิจกรรมหลักทั้ง 6 กิจกรรม
ที่เราเข้าใจก็ได้ หรืออาจเรียกชื่อกิจกรรมแตกต่างกัน ประเด็นที่สำคัญคือต้องครอบคลุมพัฒนา
การทุกด้านของเด็ก อาจนำนวัตกรรมทางการศึกษาด้านปฐมวัยมาทดลองใช้ก็ได้
5 สื่อ และแหล่งเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรือนอกสถานศึกษา เพื่อใช้ในการจัด
ประสบการณ์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่กำหนด
6 การวัดและประเมินพัฒนาการ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละแผนการจัดประสบการณ์
7 บันทึกผลหลังการจัดประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ มีรายละเอียดที่ต้องแสดงให้
เห็นในเรื่องของ ผลการจัดประสบการณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะ
8 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บริหาร
2553/05/25
มารู้จักการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์กัน
การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมศิลปะนั้น จุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการจัดกิจกรรม
ดังกล่าวคือ เป็นกิจการกรรมที่ช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
และจินตนาการ โดยใช้ศิลปะ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีก - ปะ การพิมพ์ภาพ การร้อย
การประดิษฐ์ หรือวิธีการอิ่นที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์ และเหมาะกับพัฒนาการ เช่น การเล่นพลาสติก
สร้างสรรค์ การสร้างรูปจากกระดานปักหมุด ฯลฯ ที่กล่าวข้างต้นเป็นความหมายของการจัดกิจกรรม
สร้างสรรค์ ส่วนวิธีการจัดกิจกรรมดังกล่าว ครูควรจัดให้เด็กทำทุกวัน โดยอาจจัดว้นละ 3-5 กิจกรรม
ให้เด็กเลือกทำอย่างน้อย 1-2 กิจกรรมตามความสนใจ มีข้อเสนอแนะสำหรับครูในการจัดกิจกรรมดังนี้
1 เตรียมอุปกรณ์ สำหรับทำกิจกรรมให้พร้อม และควรเป็นวัสดุท้องถิ่นที่หาไม่ยากในสภาพที่
เป็นอยู่
2 ก่อนให้เด็กทำกิจกรรม ต้องอธิบายวิธีใช้วัสดุที่ถูกต้อง สาธิตการทำกิจกรรมหรือวัสดุต่างๆ
ให้เด็กได้เข้าใจอย่างชัดเจน
3 แสดงความสนในงานของเด็กทุกคน และเห็นความสำคัญของงานอย่างจริงใจ
4 หากพบว่าเด็กคนใดสนใจทำกิจกรรมอย่างเดียวตลอดเวลา ควรกระตุ้น และจูงใจให้เด็ก
ให้เด็กเปลี่ยนทำกิจกรรมอื่นบ้าง
5 เก็บผลงานแต่ละคน เพื่อแสดงความก้าวหน้า และพัฒนาการของเด็ก
ฯลฯ
ดังกล่าวคือ เป็นกิจการกรรมที่ช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
และจินตนาการ โดยใช้ศิลปะ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีก - ปะ การพิมพ์ภาพ การร้อย
การประดิษฐ์ หรือวิธีการอิ่นที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์ และเหมาะกับพัฒนาการ เช่น การเล่นพลาสติก
สร้างสรรค์ การสร้างรูปจากกระดานปักหมุด ฯลฯ ที่กล่าวข้างต้นเป็นความหมายของการจัดกิจกรรม
สร้างสรรค์ ส่วนวิธีการจัดกิจกรรมดังกล่าว ครูควรจัดให้เด็กทำทุกวัน โดยอาจจัดว้นละ 3-5 กิจกรรม
ให้เด็กเลือกทำอย่างน้อย 1-2 กิจกรรมตามความสนใจ มีข้อเสนอแนะสำหรับครูในการจัดกิจกรรมดังนี้
1 เตรียมอุปกรณ์ สำหรับทำกิจกรรมให้พร้อม และควรเป็นวัสดุท้องถิ่นที่หาไม่ยากในสภาพที่
เป็นอยู่
2 ก่อนให้เด็กทำกิจกรรม ต้องอธิบายวิธีใช้วัสดุที่ถูกต้อง สาธิตการทำกิจกรรมหรือวัสดุต่างๆ
ให้เด็กได้เข้าใจอย่างชัดเจน
3 แสดงความสนในงานของเด็กทุกคน และเห็นความสำคัญของงานอย่างจริงใจ
4 หากพบว่าเด็กคนใดสนใจทำกิจกรรมอย่างเดียวตลอดเวลา ควรกระตุ้น และจูงใจให้เด็ก
ให้เด็กเปลี่ยนทำกิจกรรมอื่นบ้าง
5 เก็บผลงานแต่ละคน เพื่อแสดงความก้าวหน้า และพัฒนาการของเด็ก
ฯลฯ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)