มุมหนังสือหรือมุมอ่านมีความสำคัญมาก ทั้งที่เด็กอยู่บ้านหรืออยู่ที่โรงเรียน ผู้ใหญ่จะต้องจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมุมดังกล่าวให้แก่เด็ก เพื่อเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการปลูก
ฝังการรักการอ่านให้กับเด็กตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ใช่หวังแต่เพียงโรงเรียนเท่านั้นที่จะต้องสร้างบรรยากาศ
เพื่อการอ่านให้แก่เด็ก สภาพทางบ้านและทางโรงเรียนจะต้องช่วยกัน และร่วมมือกันอย่างที่เรียกว่าเราจะต้องไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือเด็กมีพฤติกรรมรักการอ่าน ครูปฐมวัยจะต้องเป็นผู้ที่เริ่มขับเคลื่อนโดยจัดเป็นมุมหนังสือในห้องเรียนและมีความมุ่งมั่นดังนี้
-จัดอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งในห้อง กำหนดพื้นที่ไว้ด้วยเสื่อหรือพรม ห้ามเด็กทำกิจกรรมอื่นๆ ขณะอยู่ในมุมหนังสือ
-จัดหาหนังสือที่หลากหลาย จัดเป็นแถวให้เห็นทุกปก ไม่จัดเรียงซ้อนกัน หรือจัดสูง
เกินไปสำหรับเด็กจะหยิบได้
-จัดเปลี่ยนหนังสือตามหัวข้อที่ต้องการให้เด็กอ่าน หรือตามความสนใจ สำหรับหนังสือ
เล่มโปรดของเด็กไม่จำเป็นต้องเอาลงจากชั้น อาจตั้งโชว์ไว้เป็นเวลานานก็ได้แล้วแต่ความสนใจของเด็ก
ดังนั้นการที่จะให้เด็กรักการอ่านหนังสือผู้ใหญ่จะต้องทำหลายอย่างไม่ใช่เพียงแต่เขียน
โครงการหรือพูดกันเท่านั้น มีกิจกรรมหลายอย่างที่เราจะต้องลงมือทำกันตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป
2554/03/21
2554/03/12
2554/03/10
ความสำคัญของกระบวนการพัฒนาร่างกาย
มีผู้ใหญ่หลายคนที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กยังไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนา
การด้านร่างกาย แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านสติปัญญาเป็นส่วนใหญ่ ความเป็นจริงแล้วการ
พัฒนาด้านร่างกายแล้วมีส่วนสัมพันธ์กับความเจริญเติบโตของสมองอย่างแยกกันไม่ออกเลย โดย
เฉพาะในเด็กช่วงปฐมวัย เพราะเด็กวัยนี้กระบวนการพัฒนาร่างกาย และการเคลื่อนไหวของเด็ก จำเป็น
จะต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนซึ่งประกอบด้วย ระบบโครงสร้างของร่างกาย
ตั้งแต่กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก ในการที่ต้องทำงานอย่างสัมพันธ์และมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ผู้ใหญ่
ต้องจัดกิจกรรมให้เด็กได้พัฒนาคือ
-ให้เด็กได้ผ่านขั้นตอนการฝึกฝนให้ร่างกายได้ใช้ทั้งระบบ
-ให้เด็กได้พัฒนาความสามารถในการใช้ตา มือ เท้า และประสาทรับความรู้สึกต่างๆ
ให้สัมพันธ์กัน
-ให้เด็กได้เล่น การเล่นของเด็กทำให้เด็กได้เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด
ปีน โหน เป็นต้น
ดังนั้นการเคลื่อนไหวของเด็กมีความสำคัญต่อพัฒนาการในตัวเด็กอย่างมากมายหรือที่
เรียกว่าการพัฒนาแบบองค์รวม
การด้านร่างกาย แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านสติปัญญาเป็นส่วนใหญ่ ความเป็นจริงแล้วการ
พัฒนาด้านร่างกายแล้วมีส่วนสัมพันธ์กับความเจริญเติบโตของสมองอย่างแยกกันไม่ออกเลย โดย
เฉพาะในเด็กช่วงปฐมวัย เพราะเด็กวัยนี้กระบวนการพัฒนาร่างกาย และการเคลื่อนไหวของเด็ก จำเป็น
จะต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนซึ่งประกอบด้วย ระบบโครงสร้างของร่างกาย
ตั้งแต่กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก ในการที่ต้องทำงานอย่างสัมพันธ์และมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ผู้ใหญ่
ต้องจัดกิจกรรมให้เด็กได้พัฒนาคือ
-ให้เด็กได้ผ่านขั้นตอนการฝึกฝนให้ร่างกายได้ใช้ทั้งระบบ
-ให้เด็กได้พัฒนาความสามารถในการใช้ตา มือ เท้า และประสาทรับความรู้สึกต่างๆ
ให้สัมพันธ์กัน
-ให้เด็กได้เล่น การเล่นของเด็กทำให้เด็กได้เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด
ปีน โหน เป็นต้น
ดังนั้นการเคลื่อนไหวของเด็กมีความสำคัญต่อพัฒนาการในตัวเด็กอย่างมากมายหรือที่
เรียกว่าการพัฒนาแบบองค์รวม
2554/03/06
สมองของเด็กวัย 2-7 ปี
การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กวัย 2-7 ปีนั้นผู้อบรมเลี้ยงดูเด็กมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่
จะต้องเข้าใจถึงพัฒนาการของสมองวัยดังกล่าว เพื่อจะได้ออกแบบจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนา
การของเด็กคือกิจกรรมจะได้ไม่ยากหรือง่ายเกินไป ที่สำคัญกิจกรรมจะต้องผ่านการเล่นเด็กจึงเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์ที่เราต้องการ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีพัฒนาการที่เรียกว่า preoperational stage เด็กเรียนรู้ภาษาและคิดแบบตนเองเป็นศูนย์กลาง เล่นแบบสมมติ เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถโยงความ
สัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ได้แต่เหตุผลของเด็กมีขอบเขตที่เป็นสิ่งที่มีจำกัดเพราะเด็กยังคง
ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มองเฉพาะตนเอง ไม่เห็นเหตุผลของคนอื่น ยังไม่ค่อยถูกต้องตามความเป็น
จริง ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและรู้จักแยกชิ้นส่วนของวัตถุ เข้าใจ
ความหมายของจำนวนเลข เริ่มมีพัฒนาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ แต่ไม่ชัดเจนมากนัก สามารถแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าได้ รู้จักการนำความรู้ในสิ่งหนึ่งไปอธิบายหรือแก้ปัญหาอื่นได้ และสามารถนำเหตุผลทั่วไป
มาสรุปแก้ปัญหาได้บ้าง การคิดหาเหตุผลยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กรับรู้เท่านั้น การพัฒนาสมองดังกล่าวผู้ใหญ่ต้องรู้เพื่อนำไปใช้พัฒนาการเด็กต่อไป
จะต้องเข้าใจถึงพัฒนาการของสมองวัยดังกล่าว เพื่อจะได้ออกแบบจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนา
การของเด็กคือกิจกรรมจะได้ไม่ยากหรือง่ายเกินไป ที่สำคัญกิจกรรมจะต้องผ่านการเล่นเด็กจึงเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์ที่เราต้องการ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีพัฒนาการที่เรียกว่า preoperational stage เด็กเรียนรู้ภาษาและคิดแบบตนเองเป็นศูนย์กลาง เล่นแบบสมมติ เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถโยงความ
สัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ได้แต่เหตุผลของเด็กมีขอบเขตที่เป็นสิ่งที่มีจำกัดเพราะเด็กยังคง
ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มองเฉพาะตนเอง ไม่เห็นเหตุผลของคนอื่น ยังไม่ค่อยถูกต้องตามความเป็น
จริง ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและรู้จักแยกชิ้นส่วนของวัตถุ เข้าใจ
ความหมายของจำนวนเลข เริ่มมีพัฒนาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ แต่ไม่ชัดเจนมากนัก สามารถแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าได้ รู้จักการนำความรู้ในสิ่งหนึ่งไปอธิบายหรือแก้ปัญหาอื่นได้ และสามารถนำเหตุผลทั่วไป
มาสรุปแก้ปัญหาได้บ้าง การคิดหาเหตุผลยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กรับรู้เท่านั้น การพัฒนาสมองดังกล่าวผู้ใหญ่ต้องรู้เพื่อนำไปใช้พัฒนาการเด็กต่อไป
2554/02/27
การเล่นเกมการเล่นและเกมการศึกษา
กิจกรรมที่เรารู้จักว่าเป็นการเล่นเกมการละเล่นนั้นคือสิ่งที่ผู้ใหญ่จัดให้เด็กเล็กได้เล่น อาจจะเป็นการเล่นกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ การเล่นสำหรับเด็กเล็กควรเป็นเกมการละเล่นที่มีกติกาไม่ยุ่งยากนัก จุดประสงค์ให้เด็กได้เกิดความสนุกสนาน และพัฒนาการด้านร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อใหญ่ ครูเป็นผู้อธิบายให้เด็กได้เข้าใจก่อนการเล่น ส่วนเกมการศึกษา เป็นเกมการเล่นที่ช่วยพัฒนาการด้าน
สติปัญญา มีกติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ จุดประสงค์คือการพัฒนา
สติปัญญาในเรื่องการฝึกให้เด็กได้รู้จักการสังเกต การคิดหาเหตุผล การฝึกความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสี รูปร่าง จำนวน ประเภท การแก้ปัญหา เป็นต้น เกมการศึกษา ที่นำมาให้เด็กได้เล่นเพื่อการพัฒนาได้แก่ เกมจับคู่ เกมเรียงลำดับ โดมิโน ลอตโต ภาพตัดต่อ เกมจัดหมวดหมู่ เป็นต้น ทั้งการเล่น
เกมการละเล่นและเกมการศึกษา ครูผู้สอนจะต้องเข้าใจจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรม ตลอดจนวิธีการ และเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมจึงจะเกิดการพัฒนาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ
สติปัญญา มีกติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ จุดประสงค์คือการพัฒนา
สติปัญญาในเรื่องการฝึกให้เด็กได้รู้จักการสังเกต การคิดหาเหตุผล การฝึกความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสี รูปร่าง จำนวน ประเภท การแก้ปัญหา เป็นต้น เกมการศึกษา ที่นำมาให้เด็กได้เล่นเพื่อการพัฒนาได้แก่ เกมจับคู่ เกมเรียงลำดับ โดมิโน ลอตโต ภาพตัดต่อ เกมจัดหมวดหมู่ เป็นต้น ทั้งการเล่น
เกมการละเล่นและเกมการศึกษา ครูผู้สอนจะต้องเข้าใจจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรม ตลอดจนวิธีการ และเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมจึงจะเกิดการพัฒนาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)