2560/06/25

ข้อควรคำนึงในการฝึกทักษะการสังเกตให้กับเด็กปฐมวัย

    ทักษะการสังเกตมีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก  เป็นทักษะที่นำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เพราะการสังเกตสามารถทำให้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเด็กได้ เด็กปฐมวัยเรียนรู้สิ่งต่างๆ
โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า  ทักษะการสังเกตเป็นความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ารับขัอ
มูลเกี่ยวกับวัตถุ เหตุการณ์ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ข้อควรคำนึงในการฝึกทักษะการสังเกตมีดังนี้
       - การฝึกทักษะการสังเกตไม่มีขอบเขตจำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน เด็กสามารถได้รับการฝึกได้ทุกหนทุกแห่ง
      - การใช้คำถามที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับเด็ก มีประโยชน์ต่อการค้นหาคำตอบ ช่วยทำให้เด็กมีความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสำรวจได้ดีขึ้น
      -  ให้เวลากับเด็กในการสำรวจตรวจสอบ ค้นหาประสบการณ์ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเพียงพอ
     -  ไม่ควรคาดหวังให้เด็กตอบคำถามได้อย่างสมเหตุสมผลอยู่่เสมอ เพราะเด็กอาจมีข้อจำกัดบางประการในสถานการณ์ต่างๆ
    -  กิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ใช้ฝึกเด็กจะต้องไม่ยากเกินไปหรือง่ายเกินไปสำหรับวัยของเด็ก
    -  การทำซ้ำยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็กๆ ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำซ้ำ และอย่าลิมถึงความหลากหลายของกิจกรรมด้วย
   การฝึกทักษะการสังเกตให้กับเด็กด้วยกิจกรรมต่างๆจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก จะนำไปสุ่การที่เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์



2560/05/31

จะจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านสติปัญญาให้กับเด็กปฐมวัยอย่างไร

        การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านสติปัญญาสิ่งสำคัญคือควรจัดประสบการณ์ให้เด็กอย่าง
เหมาะสมกับพัฒนาการ ไม่บังคับให้เด็กเรียนในสิ่งที่ยังไม่พร้อมหรือยากเกินไป หลักที่ควรยึดมีดังนี้
        - เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันถึงแม้จะอายุเท่ากัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบกัน
        - จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามวัย เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์และมี
ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากๆ
        - ให้ความสนใจและสังเกตเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อทราบลักษณะของเด็กแต่ละคน
        - ในการจัดการเรียนรู้ควรใช้สิ่งที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจลักษณะต่างๆได้ดี
        - การจัตการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย เด็กจะรับรู้ส่วนรวมได้ดีกว่าส่วนย่อย จึงควรจัดการเรียนรู้ในภาพ
รวมก่อนแล้วจึงแยกทีละส่วน
       - การจัดการเรียนรู้สิ่งใดให้กับเด็ก ควรเริ่มในสิ่งที่เด็กคุ้นเคยหรือมีประสบการณ์มาก่อนแล้วจึงเสนอ
สิ่งใหม่ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งเก่า การจัดในลักษณะดังกล่าวจะช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้
       หากครูปฐมวัยคำนึงถึงหลักการพัฒนาความพร้อมด้านสติปํญญาดังกล่าวจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ

2560/04/27

การเล่านิทาน/อ่านนิทานให้เด็กฟังส่งเสริมทักษะทางภาษา

     การเล่านิทานหรืออ่านนิทานให้เด็กฟังสามารถส่งเสริมทักษะทางภาษาให้กับเด็กทั้งการพูด การฟัง การรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ การเพิ่มพูนประสบการณ์ทางภาษาและตอบสนองความต้องการของเด็กซึ่งสรุปได้ดังนี้
     - ฝึกการพูด เด็กได้ฝึกการพูด คำศัพท์ใหม่ วลี ข้อความต่างๆ คำคล้องจอง ประโยคจากนิทาน เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน การอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การวิจารณ์ การสรุปเรื่อง การตอบคำถามและการตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง การพูดเกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง เป็นต้น
     - ฝึกการฟัง ความสนใจและการตั้งใจฟังนิทาน ทำให้เด็กสามารถจำชื่อ ลักษณะของตัวละคร ได้รู้จักและจำคำศัพท์ เนื้อเรื่องและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะที่ฟังนิทาน
     - ฝึกการสังเกต เด็กได้สังเกตและได้จดจำสิ่งต่างๆจากนิทานที่ได้ฟัง เด็กจะเกิดข้อสงสัยต่างๆ ทั้งอะไร ทำไม อย่างไร เมื่อไร ซึ่งจะต้องใช้การสังเกตอยู่ตลอดเวลาเป็นการพัฒนาสมองและเพิ่มพูน
ประสบการณ์ให้กับเด็ก
     ดังนั้นการเล่านิทานหรือการอ่านนิทานให้เด็กฟังเป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้ใหญ่ต้องจัดประสบการณ์ดังกล่าวให้กับเด็กเพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษา

2560/03/31

เด็กปฐมวัยกับการจัดประสบการณ์ด้านอนุุรักษ์สิ่งแวดล้อม

      การที่จะให้เด็กปฐมวัยได้เห็นคุณค่าและได้รับความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม ครูควรที่จะจัดประสบการณ์ให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่างๆด้วยตนเอง ฉะนั้นควรที่จะจัดประสบการณ์ให้เด็กได้
เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนดังนี้
      - การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นกิจกรรมภายในห้องเรียนโดยครูเล่านิทาน สนทนา
การใช้คำคล้องจอง เพลง การอภิปราย การแสดงบทบาทสมมติ การเล่าข่าว การให้ดูภาพเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม ครูอาจเลือกใช้วิธีดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้มีเจตคติที่ดีและมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
     - การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนโดยให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่่
จริง ได้เห็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นขยะ อากาศ เป็นต้น การนำเด็กไปทัศนศึกษาตามที่ต่างๆ
ในโรงเรียนและในท้องถิ่น เพื่อให้เด็กรักในสิ่งแวดล้อมและมีความรู้สึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
    - การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน โดยจัดเพิ่มเติมจากในห้องเรียน เช่น การจัดให้มีแปลงเกษตร
การจัดให้มีสวนดอกไม้ เพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติจริงจากที่ได้เรียนรู้มาแล้ว
    การจัดกิจกรรมลักษณะด้งกล่าวจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยได้มีประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมตั้งแต่เล็กๆทำให้เมื่อโตขึ้นเด็กจะได้มีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิงแวดล้อม

2560/02/28

วิธีการส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กให้กับเด็กปฐมวัย

         การส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กคือ การฝึกฝนการทำงานของการใช้มือ นิ้วมือ และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาโดยการให้เด็กได้ฝึกการทำกิจกรรมต่างๆอย่างหลากหลาย วิธีการส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กมีดังนี้
        - การฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง โดยให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมือช่วยเหลือตนเองตามความสามารถ เช่น
การถอดกางเกง ใส่เสื้อ ใส่ถุงเท้า ติดกระดุม เปิดประตู ถือช้อนและส้อม ถือแก้วน้ำ เป็นต้น
       - การบริหารข้อมือ นิ้วมือ และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา โดยฝึกการใช้ข้อมือในการวาดภาพบนกระดาษ บนฝาผนังบ้าน บนพื้นทราย ในอากาศ การระบายสีด้วยสีน้ำ สีเทียน การพับ การฉีก ตัด
ปะ การพิมพ์ภาพ การขยำ การร้อยลูกปัด การปั้น  การประดิษฐ์ การหยิบจับสิ่งของ การเล่นต่อไม้บล็อก
เป็นต้น
      - การฝึกนิ้วให้สนุก โดยการหากิจกรรมให้เด็กได้สนุกกับการขยับและเคลื่อนไหวนิ้ว เช่น ร้องเพลง
นิ้วโป้งอยู่ไหน การเล่นเกมการใช้นิ้ว การท่องคำคล้องจองประกอบการใช้นิ้ว เป็นต้น
     การฝึกฝนกล้ามเนื้อมัดเล็กดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรง คล่องแคล่ว และที่สำคัญต้องให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเขียนต่อไป